- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

Republic of Fear: สุดยอดกลยุทธ์คอร์รัปชัน

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On มีนาคม 15, 2011 @ 4:17 am In กรุงเทพธุรกิจ | Comments Disabled

มีคุณผู้อ่านหลายคนอาจเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า “Republic of Fear” ของนาย Kanan Mikiya นักวิชาการชาวอิรักที่กล่าวถึงสภาพบ้านเมืองอิรักก่อนสงครามอ่าวเปอร์เซีย สภาพเศรษฐกิจของอิรักในช่วงนั้นอยู่ในสภาพตกต่ำสุดขีด สหประชาชาติสั่งห้ามอิรักขายน้ำมันและแซงชั่นทางเศรษฐกิจทุกรูปแบบ เงินดินาร์ (Dinar) ซึ่งเป็นเงินสกุลหลักของอิรักจากอัตราแลกเปลี่ยน 3 ดินาร์ต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็น 1,200 ดินาร์ต่อหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ ผู้คนในอิรักต่างพากันทำทุกรูปแบบในการแปลงเงินดินาร์ของตนให้กลายเป็นดอลลาร์ เกิดการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงไปทั่วประเทศ โดยรายงานจากองค์การยูนิเซฟแสดงให้เห็นว่า ทุกๆวันชาวอิรักโดยเฉลี่ยจะได้ทานอาหารที่ให้แคลอรี่เพียงครึ่งเดียวของจำนวนแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการต่อวัน ราคาอาหารก็ยังพุ่งต่อไปจนคนอิรักหลายคนคิดว่า “ชาตินี้…คงไม่มีปัญญาที่จะซื้อหาอาหารให้ตัวเองทานจนอิ่มได้”

อย่างไรก็ตามชาวอิรักส่วนใหญ่ก็ยังคิดว่า “ประเทศอิรักจะไม่มีอนาคต และจะยิ่งเลวร้ายกว่านี้อีก ถ้าเขาไม่มีผู้นำที่ชื่อว่า ซัดดัม ฮุสเซน” จึงนับได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์ดำของอดีตผู้นำอิรักคนนี้ที่ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหวาดกลัวและสร้างตนเองให้กลายเป็นทางเลือกเดียวของประชาชนชาวอิรัก ผู้นำในประเทศแถบตะวันออกกลางและอาฟริกาเหนืออีกหลายประเทศ เช่น ประธานาธิบดีเบน อาลี แห่งตูนิเซีย ประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค แห่งอียิปต์ หรือ ประธานาธิบดีมูอัมมาร์ กัดดาฟีแห่งลิเบีย ต่างก็ใช้กลยุทธ์ “รัฐแห่งความกลัว” นี้ในการนำพาประเทศไปสู่จุดหมายที่ตนต้องการ โดยลักษณะของรัฐเหล่านี้มักจะมีองค์ประกอบดังนี้

1.Giant Alliance Backup แก๊สน้ำตาที่ใช้เป็นจำนวนมากในการปราบปรามผู้ประท้วงที่จัตุรัสตาร์ฮีในกรุงไคโรของอียิปต์นั้น ล้วนผลิตในสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น ในขณะเดียวกันพบว่าประเทศที่เข้าไปขุดเจาะน้ำมันจำนวนมากในลิเบีย ประกอบไปด้วยสหรัฐอเมริกา รัสเซีย อังกฤษ อิตาลี ฝรั่งเศส รวมถึงจีน นอกจากนั้นอียิปต์ยังเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งของสหรัฐอเมริกาในตะวันออกกลาง ผลประโยชน์ที่มีต่อประเทศมหาอำนาจเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันและเป็นเครื่องรับประกันให้ “รัฐแห่งความกลัว” เหล่านี้สามารถที่จะอยู่ยืนยงต่อไป ตราบใดก็ตามที่ยังเป็นพันธมิตรกับประเทศมหาอำนาจทั้งหลาย

2. Consolidate to the Inner Circle สิ่งที่ผู้นำในประเทศเหล่านี้กลัวมากที่สุดคือ การรัฐประหารภายในประเทศ ดังนั้นเพื่อที่กำจัดและคุมกำเนิดปัญหาการรัฐประหาร (Coup Proofing) หลายๆวิธีจึงถูกคิดค้นขึ้น หนึ่งในวิธีการนั้นคือ การให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้กุมอำนาจทางทหารและตำรวจกับครอบครัว เช่น บุตรชายคนที่สามของกัดดาฟีที่มีชื่อว่า อัลซาดี แต่งงานกับลูกสาวของผู้บัญชาการทหารของลิเบีย ในครอบครัวของผู้นำเหล่านี้จึงพยายามที่จะให้ลูกหลานแต่งงานกับผู้มีอำนาจในกองทัพ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการรัฐประหารที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

3.Create a Parallel Military ในอียิปต์ปี 1986 เกิดเหตุการณ์ก่อจลาจลขึ้นในประเทศ รัฐมนตรีกลาโหมในขณะนั้นคือ นายพลอาบู กาซาลา นำกองทัพเข้าปราบปรามประชาชนจนราบคาบ และทำให้มูบารัคสามารถเป็นประธานาธิบดีได้ต่อไป นายพลกาซาลาได้รับทั้งเกียรติและอำนาจจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นจนหลายคนคิดว่าเขาอาจจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของอียิปต์ สามปีต่อมาเขาถูกให้ออกจากตำแหน่ง… หมดทั้งเกียรติและอำนาจ (ผมว่าเหตุการณ์นี้คล้ายๆกับเหตุการณ์ในอดีตในบ้านเราเลยครับ) และผู้ที่มาเป็นรัฐมนตรีกลาโหมคนใหม่มีชื่อว่า นายพลฮุสเซน ทานทาวี ซึ่งถูกสื่อมวลชนให้สมญาว่า “สุนัขพุดเดิ้ลของมูบารัค” เข้ามาทำหน้าที่ปกครองกองทัพแทน แสดงให้เห็นว่ามูบารัคไม่เคยไว้ใจใครที่มีแนวโน้มที่จะมีอำนาจเหนือเขา

4.Maintain multiple Secret Services เป็นที่ทราบกันว่าหนึ่งในหน่วยงานทางด้านความมั่นคงของประเทศที่ดีที่สุดในโลกคือ CIA (Central Intelligence Agency) ของสหรัฐอเมริกา CIA ได้เข้าไปมีบทบาทอย่างมากในตะวันออกกลาง ในประเทศจอร์แดนได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่มีชื่อว่า GID (General Intellegence Department) ขึ้นโดยความช่วยเหลือทางด้านเงินทุนและเทคโนโลยีของ CIA  ในช่วงปี 1970-1989 หน่วยงานนี้ได้นำเทคนิคในการรีดเค้นคำตอบชั้นสูงมาใช้กับผู้ต้องหาต่างๆจนไปถึงผู้ก่อการร้าย ซึ่งรวมทั้งวิธีการในการทารุณผู้ต้องหาด้วย หน่วยงานดังกล่าวยังเข้าไปเกี่ยวข้องกับอีกหลายเหตุการณ์ เช่น การก่อรัฐประหารในอิรักที่จะโค่นล้มซัดดัม เหตุการณ์การนองเลือดในบอสเนีย และที่สำคัญที่สุดคือ เหตุการณ์การขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์อับดุลลาห์ในปี 1999 หลังจากกษัตริย์ฮุสเซนเสียชีวิตให้เป็นไปอย่างราบรื่น

5.Let them have a chance to Make Money วิกิลีกส์เว็บไซต์ชื่อดังได้เปิดเผยข้อมูลที่รั่วไหลออกมาจากหน่วยงานของสหรัฐซึ่งพบว่า มีบริษัทหลายแห่งในอียิปต์ที่มีทหารอียิปต์เป็นเจ้าของ บริษัทเหล่านี้จะถูกบริหารโดยคณะนายทหารที่เกษียณแล้ว ซึ่งมักจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในสัมปทานที่เกี่ยวกับสินค้าหลักๆของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน น้ำ ปูนซิเมนต์ การก่อสร้าง และโรงแรม เป็นต้น นอกจากนั้นยังพบต่อไปอีกว่า อุตสาหกรรมดังกล่าวข้างต้นจะมีกลุ่มบริษัทใหญ่อยู่สองกลุ่มคือ กลุ่มบริษัทที่มีนายทหารเป็นเจ้าของ และกลุ่มบริษัทของนายกามาลลูกชายของมูบารัคเป็นเจ้าของ มูบารัคเชื่อว่าหากปล่อยให้นายทหารเหล่านี้ยังคอร์รัปชันและอิ่มหมีพลีมันกับผลประโยชน์ที่ตนเองได้รับ ตราบนั้นก็จะไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้น

นายเบน อาลี และฮอสนี มูบารัค ได้ลงจากอำนาจไปแล้ว   ส่วนคนหลังสุดคือ พันเอกมูอัมมาร์ กัดดาฟี  ขณะนี้คนรักของเขาชาวยูเครนที่มีชื่อว่า นางกาไลนา โกลอตซิตสกา พยาบาลคู่ใจของกัดดาฟี ได้เดินทางหนีออกจากลิเบียไปแล้ว กัดดาฟีจึงเสียทั้งคนรักและกำลังจะสิ้นหวังในอนาคต ทำให้ผมนึกถึงหนังโรงในอดีตที่มีชื่อว่า “Gone with The Wind” นางเอกในเรื่องมีชื่อว่า สกาเล็ต โอฮารา ที่สูญเสียทั้งคนรักและกำลังหมดหวังในชีวิต ประโยคสุดท้ายที่สกาเล็ตพูดในหนังคือ  “After all…. Tomorrow is another day” แปลว่า “ยังไงๆ… พรุ่งนี้ก็เป็นแค่วันๆหนึ่งที่ผ่านไปเท่านั้น” เพื่อที่กัดดาฟีจะได้ปลงกับชีวิตที่ผ่านมา… และยังคิดที่จะดำเนินชีวิตของตนเองต่อไปในวันพรุ่งนี้


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/bangkokbiznews/20110315/79

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.