- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

กลยุทธ์เผด็จการสมัยใหม่…ของ ตาน ฉ่วย

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On มิถุนายน 10, 2011 @ 5:02 pm In กรุงเทพธุรกิจ | Comments Disabled

กลยุทธ์เผด็จการสมัยใหม่…ของ ตาน ฉ่วย

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

ในหนังสือเรื่อง “Tan Shwe: Unmasking Burma’s Tyrant” ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า “ตานฉ่วย: กระชากหน้ากากทรราชแห่งพม่า” ที่เขียนโดย นาย Benedict Rogers หนึ่งในผู้นำขององค์กร Christian Solidarity Worldwide (CSW) โดยเนื้อหาใจความจะบรรยายถึงชีวประวัติของพลเอกอาวุโส ตาน ฉ่วย ผู้มีอำนาจสูงสุดในสหภาพพม่า ที่มีชีวิตหรูหราบนความทุกข์ลำเค็ญของประชาชนชาวพม่า ตาน ฉ่วยเกิดเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1933 ( 78 ปี) ที่เมืองจอกเส พ่อแม่มีอาชีพทำไร่มีฐานะยากจน พออายุได้ 10 ขวบ พ่อตาย แม่จึงไปมีสามีใหม่ซึ่งเป็นคนอิสลาม เนื่องจากมีหน้าตาเหมือนแขก และมีพ่อบุญธรรมเป็นคนอิสลาม จึงมักจะถูกล้อเลียนว่าเป็น “ไอ้ลูกแขก”

[1]

ตาน ฉ่วย ในวัยเยาว์ จะเป็นคนเงียบขรึม พูดน้อย และไม่ค่อยมีเพื่อน แต่มีคุณสมบัติเด่นคือ เป็นคนรักษาคำพูด และสุขุมรอบคอบมากจนถึงขนาดเรียกได้ว่า ระแวงตลอดเวลา ตาน ฉ่วยเป็นเด็กเรียนหนังสือดี แต่ด้วยความยากจนจึงทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เพื่อออกมาทำงานเลี้ยงตัวเองและครอบครัว พออายุได้ 18 ปีจึงกลับไปเรียนใหม่และสอบไล่ได้ชั้นมัธยมปลาย ตาน ฉ่วยพยายามดิ้นรนที่จะผลักดันอนาคตตัวเองโดยไปสอบโรงเรียนนายร้อย แต่สอบเข้าได้เพียงเป็นนายร้อยสำรองและสำเร็จการศึกษาออกมาในยศร้อยตรี แม้ว่าตาน ฉ่วยจะไม่ได้สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยโดยตรง แต่ด้วยความพยายามในการทำงานอย่างหนักและเป็นระบบ ทำให้ตาน ฉ่วยสามารถไต่เต้าขึ้นตำแหน่งต่างๆในหน้าที่การงานได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ตำแหน่งผู้บังคับหมวดปฏิบัติงานสงครามจิตวิทยา ผู้อำนวยการสถาบันการเมืองและวิทยาศาสตร์ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 1 ของเมืองเชียงตุง ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 88 ผู้บังคับบัญชาการภาคของทหารบกในภาคตะวันตกเฉียงใต้และมณฑลอิระวดี และก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของกองทัพบกคือ ตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพบกในปี 1990

กลยุทธ์ในการประสพความสำเร็จอย่างรวดเร็วของตาน ฉ่วย คือ เขาเป็นคนขาดเสน่ห์ในการทำงานด้วย เขาไม่มีความทะเยอทะยาน และไม่มีพรสวรรค์หรือความสามารถที่เด่นชัด เขาไม่มีอะไรเลยจวบจนกระทั่งเขากลายเป็นบุคคลหมายเลขหนึ่งของพม่า ตาน ฉ่วย จะเก็บความทะเยอทะยานของตนไว้อย่างเงียบเชียบ ไม่แสดงออกซึ่งความสามารถใดๆ ออกมาเลย ทั้งหมดที่ตาน ฉ่วยมีคือความจงรักภักดีเท่านั้น คุณสมบัติดังกล่าวตรงกับสิ่งที่นายพลเนวินผู้นำของพม่าในขณะนั้นต้องการมากที่สุด เนวินเป็นคนที่ให้คุณค่าแก่ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใด นอกจากนั้นเนวินยังเป็นคนที่เกลียดคนเก่ง เขาจะไม่ชอบนายทหารที่มีความสามารถมาทำงานให้เขา เพราะเนวินเชื่อว่าคนที่เก่งอาจจะเป็นภัยคุกคามเขาได้ในอนาคต และในช่วงเวลานั้นมีหลายๆคนพยายามที่จะวางแผนโค่นล้มอำนาจเขา ดังนั้นตาน ฉ่วยจึงเข้ามาในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด เนวินมองตาน ฉ่วยว่าเป็นนายทหารที่ธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่มีความสามารถที่เด่นชัด ไม่มีสีสันและไม่มีความประทับใจในการร่วมทำงานด้วย แต่ตาน ฉ่วยมีความจงรักภักดีและเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาทุกกระเบียดนิ้ว ตาน ฉ่วยจึงถูกมองว่าจะไม่เป็นภัยคุกคามใดๆ ต่อการครองอำนาจของนายพลเนวิน นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไม..ตาน ฉ่วยจึงได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา

กลยุทธ์อีกข้อหนึ่งที่ ตาน ฉ่วย มักใช้ในการทำงานก็คือ “การเก็บตัวเงียบ และดึงเวลาให้เนิ่นนานออกไป” การกักบริเวณนางออง ซาน ซูจี ก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง โดยรัฐบาลทหารของพม่าสั่งกักบริเวณนางซูจีตั้งแต่ปี 1989 ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ในพม่า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อบั่นทอนความนิยมของพรรค NLD ของนางซูจี และดึงเวลาให้เนิ่นนานออกไปมากที่สุด นางซูจีจึงถูกกักบริเวณเป็นระยะๆจนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระในปี 2010 รวมแล้วเป็นเวลาในการถูกกักบริเวณนานถึง 15 ปี ในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา อีกตัวอย่างหนึ่งที่เด่นชัดคือ ต้นปี 1992 ตาน ฉ่วยขึ้นดำรงตำแหน่งนายพลอาวุโส ประธาน “สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ” หรือ “สลอร์ค” (The State Law and Order Pestoration Council ; SLORC) และผู้บัญชาการทหารสูงสุด นั่นคือการยึดกุมอำนาจรัฐทั้งหมดไว้ในอุ้งมือของเขา หลังจากนั้นเพื่อลดความกดดันของประชาชนในการเรียกร้องประชาธิปไตย จึงได้จัดให้มีการประชุมระดับชาติในหัวข้อ “การประชุมเพื่อจัดระเบียบประชาธิปไตยใหม่” โดยการเชิญผู้มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมือง ชนเผ่าต่างๆ และผู้ด้อยโอกาส การจัดประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สองข้อคือ หนึ่ง เปิดโอกาสให้เกือบทุกภาคส่วนเข้าร่วมและคลายความกดดันในการเรียกร้องประชาธิปไตย สอง แสดงให้นานาชาติเห็นว่ามีการให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน อย่างไรก็ตามการประชุมดังกล่าวถูกลากยาวให้กินเวลานานถึง 14 ปี ซึ่งเป็นเวลาให้ตาน ฉ่วยและพรรคพวกสามารถเสวยสุขและลาภยศ

กลยุทธ์ “การสร้างภาพที่ยิ่งใหญ่” หนึ่งในข่าวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลกของ ตาน ฉ่วยคือ งานแต่งงานของตานดาร์ ฉ่วย ลูกสาวของตาน ฉ่วย ที่จัดขึ้นอย่างหรูหราอลังการ พร้อมภาพเจ้าสาวร่างท้วมในชุดผ้าไหม ประดับด้วยที่ติดผมและสร้อยคอฝังเพชรเม็ดโต (ดูได้ที่ Than Shwe’s daughter wedding: http://www.youtube.com/watch?v=s6YPsycc6Lc [2]) โดยงานดังกล่าว ตาน ฉ่วยได้มอบหมายให้นายโล ฮัน ซิงเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับอาหารของงาน นายโลเป็นหนึ่งในเจ้าพ่อเฮโรอีน และได้แปลงโฉมเป็นนักธุรกิจของกรุงย่างกุ้งไปแล้ว ปัจจุบันเขาเป็นประธาน Burma’s Asia World ซึ่งถือหุ้นใหญ่ในโรงแรม Traders ที่มีชื่อเสียงของกรุงย่างกุ้ง คนที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินในงานนี้อีกคนหนึ่งคือ นายเต ซา ประธานบริษัท ฮัตตู เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนรัฐบาล ในการเจรจากับบริษัทผู้ผลิตเครื่องบิน และบริษัทผลิตเฮลิคอปเตอร์ งานแต่งงานอันยิ่งใหญ่หรูหราอลังการในครั้งนี้ ทำให้เป็นที่โจษจันและกล่าวขานมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นการแสดงถึงบารมีของตาน ฉ่วยที่จะทำให้ประชาชนพม่าทราบถึงความยิ่งใหญ่ของเขาที่ไม่มีผู้ใดจะสามารถมาเสมอเหมือนได้

กลยุทธ์ “การไม่เผชิญหน้า” ก็เป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งของตาน ฉ่วย ซึ่งแตกต่างกันอย่างมากกับกัดดาฟีผู้นำลิเบียที่มักจะออกมาเรียกร้องให้ผู้คนเข้าปราบปรามฝ่ายต่อต้าน แต่ตาน ฉ่วยกลับเลือกใช้กลยุทธ์การไม่เผชิญหน้าแทน เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา พม่าได้มีรัฐบาลที่มาจากพลเรือนชุดใหม่ที่นำโดยพลเอกเต็ง เส่ง ในขณะเดียวกันตาน ฉ่วยก็ลงนามยุบสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ ซึ่งทำให้ในปัจจุบันตาน ฉ่วยไม่มีตำแหน่งใดๆในรัฐบาลชุดใหม่เลย อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์จากสำนักข่าวต่างประเทศกลับมองว่า ตาน ฉ่วยจะยังเป็นผู้ชี้นำและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการตัดสินใจของรัฐบาลชุดใหม่อยู่ดี โดยไม่จำเป็นที่จะต้องออกหน้าหรือเผชิญหน้ากับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย (ลักษณะคล้ายๆกับพรรคการเมืองบางพรรคในบ้านเรานะครับ) พอฟังว่า ตาน ฉ่วย ยังไงๆก็จะกลับมาคุมบังเหียนรัฐบาลชุดปัจจุบันของพม่าอยู่ดี ทำให้หวนนึกถึงหนังเรื่องหนึ่งที่ฉายในโรงหนังที่มีชื่อว่า “The TERMINATOR” หรือ “คนเหล็ก ภาค1″ ซึ่ง Arnold Schwarzenegger แสดงเป็นมนุษย์หุ่นยนต์ที่ตามมาฆ่านางเอก ในหนังมีตอนหนึ่งที่คนเหล็กพูดว่า “I’ll be back” ซึ่งมีความหมายในหนังว่า “กูจะกลับมาจองล้างจองผลาญมึง” ทำให้คิดต่อไปว่า… ตอนนี้ตาน ฉ่วยอาจจะคิดว่าตนเองเป็นคนเหล็ก และจะต้องกลับมาจองล้างจองผลาญฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยให้เป็นจุนเหมือนในหนังก็เป็นได้


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/bangkokbiznews/20110610/183

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/02/110610.jpg

[2] http://www.youtube.com/watch?v=s6YPsycc6Lc: http://www.youtube.com/watch?v=s6YPsycc6Lc

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.