- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

อยากรวย ต้องเปลี่ยน…“ทัศนคติ”

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On พฤศจิกายน 18, 2016 @ 11:04 am In กรุงเทพธุรกิจ | No Comments

[1]

 

คอลัมน์:  คุยให้… “คิด”

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  ฉบับวันที่ 21 ตุลาคม 2559

อยากรวย ต้องเปลี่ยน…“ทัศนคติ”

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  มหาวิทยาลัยรังสิต

www.CsiSociety.com [2]

Add Line:  @CsiSociety

ในชีวิตจริง คุณผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยเห็นภาพ “คนจน…ยิ่งจน คนรวย…ยิ่งรวย” กันมาบ้างแล้ว และเหตุการณ์เหล่านั้นก็ดำเนินไปเป็นวัฏจักรให้เราได้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า โดยผมมีข้อสังเกตในการสนับสนุนความคิดเห็นข้างต้น ดังนี้ครับ

หนึ่ง  ปรากฎการณ์แมทธิว (Matthew Effect)

ในเชิงสังคมวิทยามีปรากฎการณ์หนึ่งที่เรียกว่า ปรากฎการณ์แมทธิว (Matthew Effect) โดยทั่วไปปรากฎการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อสังคมเกิดความลำเอียง และไปให้ความเชื่อถือแก่คนหรือเหตุการณ์ที่สังคมคิดว่าจะเป็นเช่นนั้น โดยที่สังคมจะไม่ยอมค้นหาข้อเท็จจริงว่าเกิดอะไรขึ้นเสียก่อน

ในกรณีที่จะต้องใช้ความเชื่อถือ เช่น การหยิบยืมเงิน หรือการกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือจากคนที่รู้จัก คนจนก็มักจะถูกกีดกัน หรือหากให้กู้…ก็จะต้องกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก ด้วยเหตุดังกล่าว ก็จะยิ่งทำให้คนจนมีความยากลำบากในการประกอบธุรกิจ และมีต้นทุนในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้น…กำไรก็จะน้อยลง…หรืออาจขาดทุนไปเลยก็เป็นได้ ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คนจนมีโอกาสที่จะ…ยิ่งจนลงไปอีก

ในขณะที่คนรวยมักจะได้เครดิตจากสถาบันการเงินและสังคมมากกว่า ทั้งๆที่ในบางครั้งโครงการธุรกิจที่คนรวยอยากจะทำนั้นก็มีความเสี่ยงสูง แต่ด้วยความเชื่อถือของสถาบันการเงินที่มีต่อคนรวยก็ทำให้คนรวยสามารถที่จะกู้เงินไปได้ นอกจากนั้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่คนรวยได้รับก็มักจะอยู่ในอัตราที่ต่ำ และนั่นเป็นเหตุผลสำหรับคำถามที่ว่า “ทำไม? คนรวย…ยิ่งรวย”

สอง  ระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ (Modern Economics)

ในสังคมทั่วไปจะมีชนชั้นอยู่ด้วยกัน 3 ชนชั้นคือ ชนชั้นสูง ชนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ชนชั้นกลางมักจะเป็นชนชั้นที่จะพยายามไข่วคว้าหาทรัพย์สมบัติและอำนาจ เพื่อที่จะถีบตัวเองขึ้นมาเป็นชนชั้นสูงให้ได้ แต่ด้วยระบบทุนนิยมที่เกิดขึ้น…ก็จะทำให้เกิดสภาพการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง และนำไปสู่การแข่งขันทางการค้าที่ไม่ยุติธรรม …มีการกีดกันทางการค้า …มีการกีดกันการสนับสนุนแหล่งเงินกู้ และอื่นๆ

ผลสุดท้าย…ที่ออกมามักจะพบว่า กิจการของพ่อค้ารายเล็กมักจะประสบกับปัญหาการล้มละลาย ตามมาด้วยการเข้าครอบครองกิจการโดยพ่อค้ารายใหญ่…ครั้งแล้ว…ครั้งเล่า ในที่สุดก็จะทำให้สังคมแปรเปลี่ยนไป และชนชั้นกลางก็จะค่อยๆหายไปจากสังคม เหลือไว้แต่เพียงชนชั้นสูง…และชนชั้นต่ำ หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า ในสังคมก็จะเหลือเพียงแต่…คนรวย…และคนจนเท่านั้น

สาม  ทัศนคติในการจัดการเรื่องเงินของ…คนจน

คนจนมักจะมีแนวความคิดในการจัดการเรื่องเงินที่แตกต่างจากคนรวย โดยเมื่อคนจนได้เงินมาแล้ว พวกเขามักจะคิดถึงแต่วิธีการที่จะจ่ายหนี้สินต่างๆ เช่น วิธีการที่จะจ่ายบัตรเครดิต..ใบแจ้งหนี้..และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมาย

หลังจากที่พวกเขาได้จ่ายหนี้สินต่างๆไปหมดแล้ว พวกเขาก็มักจะไม่เหลือเงินเอาไว้เก็บออมเลย ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาคิดจะทำต่อไปก็คือ จะหาเงินอย่างไรต่อไปล่ะ? เพื่อที่จะมาจ่ายหนี้สินที่กำลังจะมาอีกในเวลาอันใกล้นี้

คนจนมักจะมีทัศนคติที่ว่า  เมื่อคนจนมีรายได้ไม่ว่าจะมาจากเงินเดือนหรือรายได้เสริมนั้น หลังจากมีเงินเข้ามาแล้ว…คนจนก็มักจะใช้จ่ายไปกับสิ่งของที่จำเป็นและสิ่งของที่ไม่จำเป็น…จนเงินหมด ทำให้เงินออมมีค่าเป็นศูนย์หรือบางเดือนติดลบ จากนั้นก็จะมีค่าใช้จ่ายใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ บีบบังคับให้คนจนต้องรีบขวนขวายหารายได้ใหม่หรือกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาใช้จ่าย ในที่สุดก็กลายเป็นวัฏจักร ซึ่งอาจเรียกวัฏจักรนี้ว่า  “วัฏจักรแห่ง…ความจนดักดาน”

สี่  ทำไม?  คนรวย…ยิ่งรวย

ทัศนคติที่แทบจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงของคนรวย ก็ได้ทำให้คนรวยสามารถสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองได้อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้คนรวยมีแนวโน้มที่จะยิ่งรวยขึ้นไปอีก โดยทัศนคติที่สำคัญที่สุดของคนรวยก็คือ “ความคิดที่อยากจะเก็บออม”

เนื่องจากคนรวยมักจะมีความสุขที่ได้…อยู่กับความมั่งคั่ง …อยู่กับการที่มีเงินอยู่กับตนเป็นจำนวนมาก …อยู่กับความมั่นคงในการดำเนินชีวิต สิ่งเหล่านี้ทำให้คนรวย…ชอบที่จะแสวงหาความร่ำรวยอยู่ร่ำไป โดยการนำเงินที่ตนมีอยู่ไปแสวงหาโอกาสที่จะทำให้เงินของตนเกิดดอกออกผลมากขึ้น

เมื่อคนรวยได้เงินมาแล้ว คนรวยก็จะเก็บ “เงินออม” ขึ้นมาทันที ซึ่งอาจจะเป็น 30% หรือ 50% เป็นต้น จากนั้นเงินที่จะต้องใช้จ่ายก็จะเหลือน้อย จึงทำให้ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น เงินออมเมื่อ…ผ่านเวลาที่ยาวนาน ก็จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆจนมีขนาดใหญ่เพียงพอ จากนั้นก็จะนำเงินไปสร้างเครื่องจักรที่จะสร้างให้เกิด “รายได้ที่ไม่ต้องทำงาน”

ดังนั้น การแก้ปัญหาคนจนที่ดีที่สุดคือ การ “ปรับทัศนคติ”  โดยให้ “คนจน” เริ่มมีทัศนคติในการหาเงินและใช้จ่ายเงินอย่าง “คนรวย” 

“ทัศนคติ”  จึงเป็นสิ่งแรกที่จะต้องแก้ไข เมื่อปรับได้แล้ว…คนจนก็จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และในที่สุดก็จะสามารถหลุดพ้นจากความเป็นคนจนไปได้

 


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/bangkokbiznews/20161118/6567

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2016/11/9932b867d8e77d521dd9db827745adbb.jpg

[2] www.CsiSociety.com: http://www.csisociety.com/

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.