- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

แอปเปิ้ล… เมื่อยักษ์ใหญ่ไม่ยอมหยุด.. สำแดงฤทธิ์เดช

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On กรกฎาคม 24, 2011 @ 4:20 pm In โพสต์ทูเดย์ | Comments Disabled

คอลัมน์: หุ้นส่วน ประเทศไทย

แอปเปิ้ล… เมื่อยักษ์ใหญ่ไม่ยอมหยุด.. สำแดงฤทธิ์เดช

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

[1]

แอปเปิ้ล บริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกาที่เป็นเจ้าของสินค้า แมคอินทอช ไอพอด ไอโฟน ไอแพด และอีกมากมาย ได้ประกาศผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ผ่านมา และได้สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนในวงการ ด้วยยอดกำไรสุทธิต่อไตรมาสที่สูงถึง 7.31 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 0.22 ล้านล้านบาท) คิดเป็นสูงขึ้นจากไตรมาสเดียวกันในปี 2553 ถึง 125 เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สามารถทำให้แอปเปิ้ลพึงพอใจได้ แอปเปิ้ลยังคงวางแผนที่จะเป็นผู้นำ..ที่ไม่ให้ใครตามทัน..ด้วยแผนการดังนี้

1. การเจริญเติบโตของแอปเปิ้ลในประเทศจีน

แอปเปิ้ลมีห้างของตัวเองอยู่ในสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียง 4 แห่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามห้างเหล่านี้มักจะแน่นขนัดไปด้วยสาวกของแอปเปิ้ลและประชาชนชาวจีนที่โหยหาสินค้าของแอปเปิ้ลอยู่ตลอด ยอดขายของแอปเปิ้ลในจีนในไตรมาสสุดท้ายของปี 2553 อยู่ที่ 2.6 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 400 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจุบันแอปเปิ้ลได้เซ็นสัญญากับ Cybermart International (บริษัทในเครือ Foxconn) โดยวางแผนที่จะเปิดแอปเปิ้ลสโตร์อีก 500 สาขาจากเดิม 4 สาขา เพื่อต้อนรับความต้องการอย่างมหาศาลของประชาชนในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

2. ไอแพด 2 สร้างประวัติศาสตร์ใหม่

ปรากฏการณ์ของยอดขายที่ถล่มทลายของไอแพด 2 ได้ทำให้นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ผิดพลาด โดยประมาณการเบื้องต้นของยอดขายไอแพด 2 ที่นักวิเคราะห์ทำนายไว้คือ ไอแพด 2 จะมียอดขายอยู่ประมาณ 1-4 ล้านเครื่องในปี 2553 แต่หลังจากการปิดงบบัญชีปี 2553 แล้วพบว่า แอปเปิ้ลมียอดขายสูงถึง 15 ล้านเครื่อง

ไอแพดยังพร้อมที่จะเข้าไปในวงการธุรกิจอีกด้วย เช่น ในปัจจุบันมีการนำไอแพดเข้าไปใช้งานในหลายวงการ เช่น โรงพยาบาล และสำนักงานกฎหมาย Tim Cook ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการได้เคยนำไอโฟนและและไอแพดไปให้พนักงานในกลุ่มบริษัท Fortune 500 ใช้ จากนั้นจึงสำรวจความพึงพอใจพบว่ามีความพึงพอใจต่อสินค้าทั้งสองสูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์และ 75 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ดังนั้นจึงเป็นที่คาดหมายกันว่า ไอแพดจะเจาะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ในสำนักงานในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

3. ไอโฟน วางแผนกวาดทุกตลาด

แอปเปิ้ลขายไอโฟนในไตรมาสที่ผ่านมาได้มากกว่า 15 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ที่ขายไอโฟนได้ประมาณ 7.4 ล้านเครื่อง แต่สิ่งที่จะสร้างผลตอบแทนให้แก่แอปเปิ้ลอย่างมหาศาลในปีนี้น่าจะเป็นการเปิดตัวไอโฟน 5 ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นการไปแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากโทรศัพท์มือถือระบบแอนดรอยด์และแบล็คเบอร์รี่ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนั้นยังคาดการณ์กันว่าแอปเปิ้ลยังจะกระหน่ำตลาดโทรศัพท์มือถือระดับล่างด้วย โดยการออกมือถือไอโฟนแบบรุ่นราคาถูก เช่น ในปัจจุบันแอปเปิ้ลร่วมกับเอทีแอนด์ทีขายไอโฟนรุ่น 3GS ในราคา 49 ดอลลาร์หรือ 1,500 บาทเท่านั้น แอปเปิ้ลกำลังมองตลาดของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแบบพรีเพดอยู่ ซึ่งจะต้องขายไอโฟนในราคาต่ำมาก และถ้าแอปเปิ้ลขายโทรศัพท์ออกมาในราคาไม่เกิน 99 ดอลลาร์หรือ 3,000 บาทแล้ว ซึ่งโนเกียที่เป็นเจ้าตลาดในตลาดนี้อยู่ก็จะต้องได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และคาดว่าแอปเปิ้ลอาจขายไอโฟนได้ถึง 100 ล้านเครื่องทั่วโลก

4. ศูนย์คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของแอปเปิ้ลใก้ลเสร็จแล้ว

เป็นที่ทราบกันดีว่าแอปเปิ้ลเป็นผู้ขายเพลงออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลกโดยผ่านไอจูนส์สโตร์ นักวิเคราะห์คาดกันว่าหากศูนย์คอมพิวเตอร์ของแอปเปิ้ลสร้างเสร็จแล้ว แอปเปิ้ลจะใช้แอปเปิ้ลทีวีเป็นหัวหอกในการทะลุทะลวงตลาดภาพยนตร์ออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันมีเจ้าใหญ่ๆ เช่น Netflix, Hulu และ Amazon เป็นต้น ในอดีตแอปเปิ้ลเคยขายแอปเปิ้ลทีวีในราคาเพียง 99 ดอลลาร์หรือ 3,000 บาทต่อเครื่อง และให้เช่าภาพยนตร์เรื่องละ 99 เซ็นต์หรือ 30 บาทเท่านั้น จึงมั่นใจได้ว่า แอปเปิ้ลจะต้องสร้างนวัตกรรมในการขายสินค้าออนไลน์ในราคาที่ถูกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อศูนย์คอมพิวเตอร์ดังกล่าวเสร็จสมบูรณ์แล้ว

5. คนรุ่นใหม่ไม่ใช้คอมพิวเตอร์…ใช้แต่แมค

แอปเปิ้ลได้ลงทุนอย่างมหาศาลในตลาดการศึกษามาเป็นเวลานานแล้ว โดยการบริจาคหรือขายเครื่องคอมพิวเตอร์ “แมคอินทอช” ในราคาถูกให้แก่โรงเรียนและสถาบันการศึกษาหลายๆแห่งในโลก ดังนั้นนักเรียนและนักศึกษารุ่นใหม่จึงใช้แมคเป็น และด้วยความสะดวกและมีรสนิยมจึงทำให้แมคถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อคนรุ่นใหม่ ในขณะที่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟท์จึงถูกมองว่าเป็นคอมพิวเตอร์เพื่อคนรุ่นเก่าหรือเพื่อคนทั่วไป เมื่อเด็กๆรุ่นนี้โตขึ้นเขาก็จะกลายไปเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่ใช้ของตั้งแต่ไอพอด ไอโฟน ไอแพด แอปเปิ้ลทีวี และแมคอินทอช สังเกตได้จากยอดขายของแมคอินทอชโดยไตรมาสที่ผ่านมาพบว่าแอปเปิ้ลขายแมคอินทอชไปได้มากกว่า 3.47 ล้านเครื่อง หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีนี้

6. บัตรเครดิต จะถูกแทนที่ด้วย… โทรศัพท์มือถือเครดิต

ด้วยเงินสดจำนวนมหาศาลที่แอปเปิ้ลมีอยู่ในปัจจุบัน แอปเปิ้ลจึงกำลังวางแผนที่จะซื้อบริษัทบัตรเครดิตขนาดใหญ่ของโลก เช่น Mater Card หรือ Discover Financial Services และด้วยเทคโนโลยี NFC (Near-Field Communication) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้โทรศัพท์มือถือไปแตะที่เครื่อง แล้วสามารถจ่ายเงินผ่านโทรศัพท์มือถือโดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิตอีกต่อไป ทำให้บริษัทบัตรเครดิตและบริษัทขายของออนไลน์รายใหญ่ๆ เช่น eBay กำลังกังวลว่าถ้าหากแอปเปิ้ลทำได้จริง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีผู้คนจะเลิกใช้บัตรเครดิตและหันมาใช้ไอโฟนในการซื้อสินค้าแทนบัตรเครดิต โดยคาดกันว่าแอปเปิ้ลอาจกุมตลาดซื้อสินค้าผ่านโทรศัพท์มือถือได้สูงถึง 80 ล้านล้านดอลลาร์

ความสำเร็จและความทะเยอทะยานของแอปเปิ้ล ทำให้ต้องนึกถึงคำพูดของ Steve Jobs ซึ่งเป็น CEO ของแอปเปิ้ลที่ว่า “I think we’re having fun. I think our customers really like our products. And we’re always trying to do better.” แปลตามความว่า “ผมคิดว่าเราสนุกกับงาน ผมคิดว่าลูกค้าของเราชอบผลิตภัณฑ์ของเราจริงๆ และเราพยายามจะทำสิ่งที่ดีกว่าเสมอ” สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อชี้ให้เห็นว่า แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลยังคงต้องดิ้นรนในการนำเสนอสิ่งดีๆให้แก้ลูกค้าอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดจากคู่แข่งมาให้มากที่สุด ดังนั้นบริษัทคนไทยเรา จึงต้องฝ่าฟันทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่จะพยายามทำสิ่งที่ดีกว่าเสมอเพื่อลูกค้า..เช่นเดียวกับแอปเปิ้ล


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20110724/160

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/02/110724.jpg

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.