- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

วิธีบริหารกองทุน 1 ล้านล้านบาท ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On มกราคม 4, 2012 @ 9:27 pm In โพสต์ทูเดย์ | Comments Disabled

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

วิธีบริหารกองทุน 1 ล้านล้านบาท ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

doctorwe@gmail.com [1]

มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก และเป็นเจ้าของกองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่มีขนาด 32-34 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีผลงานถือได้ว่าโดดเด่นมาก โดยหากพิจารณาผลการลงทุนเฉพาะปี 2554 พบว่าให้ผลตอบแทนสูงถึง 21.4 เปอร์เซ็นต์ หรือหากย้อนกลับไปถึง 20 ปีก็จะพบว่า ผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 12.9 เปอร์เซ็นต์

ความสำเร็จดังกล่าวคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามาจากผลงานของ Jane Mendilo ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของกองทุน ซึ่งเธอได้บริหารกองทุนจนประสพความสำเร็จ และถูกยกย่องจากนิตยสาร Forbes ให้เป็นหนึ่งในสุภาพสตรีที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสอันดี.. ถ้าคุณผู้อ่านจะได้อ่านสไตล์การลงทุนให้ประสบความสำเร็จได้อย่างไรของนาง Mendilo ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ครับ

หนึ่ง ลงทุนเฉพาะสินทรัพย์ที่ เติบโตต่อเนื่อง.. มีสภาพคล่อง.. ความเสี่ยงจัดการได้

โดยการตั้งวัตถุประสงค์ของกองทุนว่า จะต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณลักษณะ 3 ประการนี้เท่านั้นนั่นคือ เติบโต มีสภาพคล่อง และความเสี่ยงสามารถจัดการได้ จึงทำให้กองทุนไม่ไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆอย่างไร้ทิศทาง แต่มุ่งเน้นว่าสินทรัพย์นั้นๆจะต้องเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จะไม่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วเพียงระยะสั้นๆ สินทรัพย์นั้นๆจะต้องซื้อง่ายขายคล่อง และที่สำคัญที่สุดคือ สินทรัพย์นั้นๆจะต้องมีความเสี่ยงที่สามารถจัดการได้

สอง ลงทุน 100 เปอร์เซ็นต์.. ไม่ถือเงินสดเลย

แนวคิดที่ว่า การถือเงินสด..จะไม่สามารถก่อให้เกิดดอกผลใดๆเลย หากย้อนหลังกลับไปกว่า 20 ปีจะพบว่ากองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็ใช้แนวคิดนี้ในการบริหารงานเช่นกันนั่นคือ ไม่เคยถือเงินสดเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยผลตอบแทนที่ได้รับทุกปีจะมีการจัดสรรไว้แล้วสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆในการบริหารกองทุน และอีกประมาณหนึ่งในสามของดอกผลที่ได้รับในแต่ละปี จะนำไปอุดหนุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เช่น ทุนการศึกษา สร้างอาคารเรียน และอื่นๆ แต่เงินกองทุนทั้งหมดก็ยังคงนำไปลงทุนเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ โดยไม่ถือเงินสดไว้เลย

สาม หลักการ “ถือหุ้น 60 ถือตราสารหนี้ 40” ล้าสมัยไปแล้ว

หลักการ Stock 60/ Bond 40 Portfolio หรือ “ถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์และถือตราสารหนี้ 40 เปอร์เซ็นต์” เป็นวิธีการที่กองทุนที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมมักจะใช้กัน กองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดก็มีแนวคิดในการบริหารกองทุนที่อนุรักษ์นิยมเช่นกัน เพียงแต่มีการลงทุนที่หลากหลายกว่าบนพื้นฐานในการจัดการความเสี่ยงได้ โดยแทนที่จะถือหุ้น 60 เปอร์เซ็นต์และตราสารหนี้ 40 เปอร์เซ็นต์ ก็เปลี่ยนไปเป็นถือหุ้น 48 เปอร์เซ็นต์และถือตราสารหนี้ 13 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตนและกองทุนอื่นๆ

ในปี 2554 พบว่า “วิธีการถือหุ้น 60 และถือตราสารหนี้ 40” ให้ผลตอบแทนเพียง 19.5 เปอร์เซ็นต์ และเฉลี่ย 20 ปีอยู่ที่ 8.3 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่วิธีการบริหารงานที่นาง Mendilo ใช้อยู่ให้ผลตอบแทนปี 2554 สูงถึง 21.4 เปอร์เซ็นต์ และเฉลี่ย 20 ปีอยู่ที่ 12.9 เปอร์เซ็นต์

สี่ การยอมรับว่าเศรษฐกิจภายในบ้านไม่ดี.. ตลาดเกิดใหม่กำลังมาแรง

แม้ว่ามหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจะถือกำเนิดในสหรัฐอเมริกา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า กองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจะต้องลงทุนภายในอเมริกาเท่านั้น เพราะหลังจากที่เศรษฐกิจอเมริกาต้องพบกับวิกฤตเศรษฐกิจหลายครั้ง อาทิ วิกฤตการล่มสลายของ Long Term Capital Management ในปี 2541 ตามด้วยวิกฤตฟองสบู่แตกในธุรกิจเทคโนโลยีในปี 2453 และสุดท้ายวิกฤตซับไพรม์ในปี 2551 ก็ทำให้เศรษฐกิจของอเมริกาไม่ดีมาอย่างต่อเนื่อง

กองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดจึงได้ลดเงินลงทุนในหุ้นภายในอเมริกาลงจาก 38 เปอร์เซ็นต์ในปี 2538 เหลือเพียง 12 เปอร์เซ็นต์ในปี 2554 ในขณะเดียวกันก็ได้เพิ่มเงินลงทุนในตลาดเกิดใหม่ไม่ว่าจะเป็นจีน รัสเซีย เป็นต้น เพิ่มขึ้นจาก 5 เปอร์เซ็นต์ไปเป็น 12 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเป้าหมายของกองทุนก็คือ การแสวงหาผลตอบแทนให้ได้สูงสุดภายใต้นโยบายของกองทุน โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมาอุดหนุนเศรษฐกิจภายในอเมริกาเองเท่านั้น

ห้า การเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตน

จากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดจากตราสารอนุพันธ์ต่างๆหลายต่อหลายครั้ง ก็ทำให้นาง Mendilo หันไปหาสินทรัพย์ที่มีตัวตนอย่างแท้จริง เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อปล่อยเช่า และขายไปบางส่วนในช่วงตลาดขาขึ้น การลงทุนในทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ การเกษตร และอื่นๆ โดยมีการลงทุนเพิ่มขึ้นจาก 13 เปอร์เซ็นต์ในปี 2538 มาเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ในปี 2554 ส่วนผลตอบแทนที่ได้รับก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดีมากคือ ในปี 2554 อยู่ที่ 18.8 เปอร์เซ็นต์ และเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ 12.8 เปอร์เซ็นต์

หก กองทุน Absolute Return.. แนวโน้มที่มาแรง

กองทุน Absolute Return เป็นกองทุนที่มีวัตถุประสงค์ที่จะแสวงหาผลตอบแทนเป็นบวก โดยไม่ยึดติดกับการอ้างอิงตัวชี้วัดหรือดัชนีใดๆ แต่สามารถสร้างผลกำไรได้ทั้งภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นและขาลง โดยลักษณะของกองทุนจะเน้นไปที่การลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน ทองคำ และอื่นๆ โดยจะปรับเปลี่ยนตามสภาพภาวะตลาด

กองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้เพิ่มการลงทุนไปที่กองทุนลักษณะนี้อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ ในปี 2538 พบว่าไม่มีการลงทุนในกองทุนประเภทนี้เลย แต่ในปี 2554 ที่ผ่านมากลับพบว่า มีการลงทุนในกองทุนประเภทนี้แล้วสูงถึง 16 เปอร์เซ็นต์

การเพิ่มทางเลือกใหม่ๆในการลงทุนจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการบริหารงานของกองทุนมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทำให้นึกถึงคำพูดของ Edgar R. Fiedler นักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกันที่ไม่ได้จบจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แต่พูดถึงฮาร์วาร์ดไว้ว่า Ask five economists and you’ll get five different answers – six if one went to Harvard.” แปลตามได้ว่า “ถ้าคุณถามนักเศรษฐศาสตร์ 5 คน.. คุณก็จะได้ 5 คำตอบ  แต่คุณจะได้เป็น 6 คำตอบ ถ้าหนึ่งในนั้นจบจากฮาร์วาร์ด” แสดงว่า ใครๆก็รู้ว่า.. คนจบจากฮาร์วาร์ดจะแสวงหาทางเลือกใหม่ๆ..ให้มากกว่าคนอื่นเสมอ 


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20120104/209

URLs in this post:

[1] doctorwe@gmail.com: mailto:doctorwe@gmail.com

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.