- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

หุ้นที่คุณซื้อไว้.. เป็นเหมือน “หุ้นโกดัก” หรือเปล่า ??

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On กุมภาพันธ์ 1, 2012 @ 8:09 pm In โพสต์ทูเดย์ | Comments Disabled

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

หุ้นที่คุณซื้อไว้.. เป็นเหมือน “หุ้นโกดัก” หรือเปล่า ??

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

 

คุณผู้อ่านเคยคิดบ้างไหมว่า.. หุ้นชั้นดีหรือหุ้นบลูชิปที่เราซื้อสะสมไว้ด้วยความมั่นใจว่า เราจะกอดมันไปชั่วชีวิต โดยหวังว่าพอถึงเวลาที่เราแก่ตัวลงแล้ว หุ้นเหล่านี้มันจะให้เงินปันผลจำนวนมากพอ..ที่จะให้เราไปใช้ตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อยู่ๆวันดีคืนดี..หุ้นบลูชิปที่ว่านั้น…มันก็มีค่าเป็นศูนย์ ความฝันที่วาดไว้จึงพังทลาย.. เหลือแต่ฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน..

“หุ้นโกดัก” ก็เป็นหุ้นอีกตัวหนึ่งที่ก่อให้เกิดเรื่องราวข้างต้น คุณผู้อ่านจึงควรตรวจสอบดูว่าหุ้นที่เราถืออยู่นั้น มีคุณลักษณะเหมือน “หุ้นโกดัก” หรือเปล่า ?  ดังนี้ครับ

[1]

 

 

หนึ่ง อดีตที่ยิ่งใหญ่.. ไม่ได้เป็นการรับประกันอนาคตที่สดใส

บริษัท อีสต์แมนโกดัก ก่อตั้งขึ้นในปี 2423 ซึ่งขณะนั้นโกดักเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ในปี 2451 โกดักใช้สโลแกนว่า “คุณเพียงแต่กด.. ที่เหลือเป็นหน้าที่ของเรา” เพื่อโฆษณาความง่ายดายของการถ่ายภาพ และยังจะได้ภาพที่ประทับใจถ้าล้างอัดภาพที่ร้านโกดัก ในปี 2519 โกดักกินส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของตลาดฟิล์ม และ 85 เปอร์เซ็นต์ของตลาดกล้องถ่ายรูปในสหรัฐอเมริกา ต่อมาในปี 2533 โกดักก็ถูกจัดอันดับเป็นหนึ่งในห้าของแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก

รายได้ของโกดักสูงที่สุดในปี 2539 ด้วยยอดขายเกือบ 16 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรสูงสุดในปี 2542 ที่ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่หลังจากนั้น..ก็เกิดความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า จนทำให้คาดการณ์กันว่ายอดรายได้ของโกดักในปี 2554 จะเหลืออยู่เพียง 6.2 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาส 3 ปีเดียวกันนี้พบว่าโกดักขาดทุนสูงถึง 222 ล้านดอลลาร์และขาดทุนติดต่อกันมาเป็นไตรมาสที่ 9 แล้ว ปัจจุบันโกดักได้ยื่นเอกสารขอล้มละลายไปแล้ว

 

 

สอง รายได้จำนวนมหาศาลมาจาก.. สินค้าที่ล้าสมัย

[2]

 

 

 

โกดักเป็นรายแรกในโลกที่ผลิตกล้องดิจิตอลออกมาสำเร็จในปี 2518 แต่โกดักเองไม่ได้พัฒนาต่อจนสามารถนำมาทำตลาดได้อย่างจริงจัง นอกจากนั้นยังถูกบริษัทสมาร์ทโฟนคู่แข่งที่นำเทคโนโลยีกล้องดิจิตอลไปใช้เป็นคุณสมบัติหนึ่งของโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันยอดขายสมาร์ทโฟนสูงเป็นสองเท่าของกล้องถ่ายรูปไปแล้ว

สาเหตุที่ทำให้โกดักไม่พัฒนากล้องดิจิตอลต่อนั้น Larry Matteson อดีตผู้บริหารของโกดักกล่าวไว้ว่า ทั้งโกดักและคู่แข่งคือฟูจิ ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าตลาดกล้องดิจิตอลจะไม่สามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอย่างแน่นอน แม้ว่าฟูจิเองจะหันไปพัฒนาต่อ แต่โกดักกลับพยายามทำเรื่องการพัฒนากล้องดิจิตอลให้เป็นไปอย่างเชื่องช้า โดย Matteson กล่าวว่า “เราได้กำไร 70 เซ็นต์จากฟิล์มทุกม้วนที่ขาย แล้วทำไม..เราจะต้องรีบไปเอา 5 เซ็นต์จากกล้องดิจิตอล”

 

สาม ต้องผลิตแต่สินค้าที..สมบูรณ์แบบ..เท่านั้น..

[3]

Rosabeth Moss Kanter จาก Harvard Business School ได้กล่าวถึงอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โกดักล้มเหลวก็คือ สภาพจิตที่คิดแต่จะทำสินค้าที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น ในขณะที่คู่แข่งฟูจิกลับผลิตสินค้าบนแนวคิดที่แทบจะตรงกันข้ามนั่นคือ “ผลิตมัน.. ขายมัน.. แล้วค่อยพัฒนามัน” ดังจะเห็นได้จากการพัฒนากล้องถ่ายรูปของฟูจิรุ่นหลังๆ จะแก้ไขจุดบกพร่องของรุ่นก่อนหน้าอยู่เป็นประจำ ในขณะที่เวลาผ่านไป.. โกดักแทบจะไม่ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอะไรออกมาเลย

ฟูจิรู้ดีว่าการพัฒนาฟิล์มที่มีคุณภาพจะต้องอาศัยการผสมสารเคมีเป็นจำนวนมาก และพบว่าการผสมสารเคมีบางตัวทำให้เกิดส่วนผสมที่นำไปใช้เป็นเครื่องสำอางได้ ฟูจิจึงออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า “Astalift” ซึ่งปัจจุบันวางขายในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป ขณะที่โกดักก็พยายามนำสูตรเคมีของตนไปใช้ในวงการเภสัชกรรม แต่ด้วยความคิดข้างต้น.. ในที่สุดโกดักก็ขายทิ้งแผนกเคมีดังกล่าว

 

สี่ มักจะวางแผนการตลาดผิดพลาดอยู่บ่อยๆ

George Fisher อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโกดัก ระหว่างปี 2536 – 2542 เขาตัดสินใจว่าโกดักจะทำตลาดเฉพาะการถ่ายภาพและจะไม่ทำตลาดสารเคมี นอกจากนั้นเขายังไม่พัฒนากล้องดิจิตอลต่อ แต่กลับไปเสนอบริการโพสต์ภาพออนไลน์เช่นเดียวกับเฟซบุ๊ค ในที่สุดโกดักก็พบว่าตนไม่สามารถสู้กับเฟซบุ๊คและคู่แข่งอีกมากมายได้

นอกจากนั้นโกดักยังล้มเหลวในตลาดจีนอีกด้วย โกดักคาดการณ์ว่าชนชั้นกลางในจีนจะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มหึมาที่จะมาใช้ฟิล์มถ่ายรูปของตน ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง..เพียงแต่มันเกิดขึ้นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หลังจากนั้นคนจีนก็หันไปใช้กล้องดิจิตอล ส่วนคนรุ่นใหม่..ก็ก้าวกระโดดไปใช้กล้องดิจิตอลเลย โดยไม่มีความคิดที่จะต้องใช้กล้องถ่ายรูปที่ใช้ฟิล์มก่อน

 

ห้า  ผู้บริหารไม่ค่อยได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์

สถานที่ตั้งของบริษัท อีสต์แมนโกดัก อยู่ที่เมืองโรเชสเตอร์ รัฐนิวยอร์ค ฟังดูเหมือนน่าจะอยู่ใกล้กับย่านวอลล์สตรีทในนครนิวยอร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหล่าสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงของโลก แต่ที่จริงแล้วเมืองโรเชสเตอร์เป็นเมืองสงบและอยู่ห่างนครนิวยอร์คถึง 7 ชั่วโมง และอาจกล่าวได้ว่าผู้คนในเมืองนี้จะถูกครอบงำด้วยผลิตภัณฑ์ของโกดัก ดังนั้นผู้บริหารของโกดักเองจึงไม่ค่อยได้รับรู้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆถึงความก้าวหน้าของคู่แข่งขัน และความล้มเหลวของตนเอง

นาง Kanter จากฮาร์วาร์ด กล่าวไว้ว่า ด้วยสภาพแวดล้อมของที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ อาจเป็นเหตุที่ทำให้คณะผู้บริหารไม่ค่อยได้รับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จึงทำให้ไม่ค่อยมีความกระตือรือร้น โกดักเริ่มซื้อกิจการครั้งแรกก็ใช้เวลานานหลายปี แต่ผลประกอบการจากกิจการที่ไปซื้อมาก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเลย

ทำให้นึกถึง Dr.Wayne Dyer นักจิตวิทยาชื่อดังที่เคยพูดถึงคนที่ยังหลงอยู่กับอดีตว่า “Stop acting as if life is a rehearsal. Live this day as if it were your last. The past is over and gone. The future is not guaranteed.” แปลตามความได้ว่า “ชีวิตไม่ใช่การเล่นละคร จึงควรใช้ชีวิตเสมือนวันสุดท้ายของคุณ อดีตผ่านไปแล้ว ส่วนอนาคต..ก็ไม่แน่นอน” ถ้าหากคุณผู้อ่านพบว่า หุ้นที่ตัวเองถืออยู่นั้น เจ้าของบริษัทยังมีอาการหลงอยู่กับอดีตอยู่แล้วละก็..  ผมว่ารีบขายหุ้นตัวนั้นทิ้งเสียแต่เนิ่นๆเถอะครับ

 


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20120201/255

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/02/1.jpg

[2] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/02/4.jpg

[3] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/02/101.jpg

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.