- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

ฤา ราคาทองคำ จะพุ่ง…ไม่สิ้นสุด

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On ตุลาคม 2, 2012 @ 3:42 pm In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

[1]

 

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

ฤา ราคาทองคำ จะพุ่ง…ไม่สิ้นสุด

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

www.facebook.com/doctorweraphong

เดือนกันยายนที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ได้เกิดเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีผลต่อราคาทองคำทั่วโลกรวมถึงในเมืองไทยด้วยอยู่ 2 เหตุการณ์นั่นคือ หนึ่ง ธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank – ECB) ประกาศว่าจะรับซื้อพันธบัตรของชาติสมาชิกในกลุ่มยูโรโซนที่มีปัญหาโดยเฉพาะสเปนและอิตาลี เพื่อทำให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมพันธบัตรของทั้งสองประเทศอยู่ในระดับที่ต่ำ ส่งผลให้ราคาทองคำในวันเสาร์ที่ 2 กันยายน พุ่งพรวดขึ้นมา 300 บาทในวันเดียว สอง เหตุการณ์การออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งที่ 3 (Quantitative Easing 3 – QE3) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Federal Reserve – Fed) ซึ่งทำให้บรรดานักลงทุนต่างพากันคิดว่า แนวโน้มของราคาทองคำจะพุ่งต่อไป..อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยเหตุผลดังนี้ครับ

หนึ่ง “2 มาตรการ” ที่ออกมาคือ การ “พิมพ์ธนบัตร” อัดฉีดเข้าสู่ระบบ

มาตรการ QE3 คือ โครงการซื้อหลักทรัพย์ที่มีสัญญาจำนองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน (Mortgage-backed Securities – MBS) โดยจะใช้เงินจำนวน 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือนเข้าไปซื้อหลักทรัพย์ดังกล่าวทุกเดือน จนกว่าอัตราการว่างงานในอเมริกาที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่มากกว่า 8 เปอร์เซ็นต์จะฟื้นตัวขึ้น ซึ่งคาดการณ์กันว่านายเบน เบอร์แนนคี ประธานเฟดคงอยากจะได้ตัวเลขอัตราการว่างงานต่ำกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจจะต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์หรืออัดฉีดเงินทุกเดือนนานไปจนถึงสิ้นปี 2557

ในขณะที่ทางฟากฝั่งยุโรป นายมาริโอ ดาร์กี ประธานธนาคารกลางยุโรปก็ได้ออกมาประกาศว่า จะทำทุกอย่างเพื่อให้ “เงินยูโร” อยู่รอดต่อไปให้จงได้ ซึ่งนั่นก็ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางยุโรปจะต้องพิมพ์ธนบัตร “อย่างไม่จำกัดจำนวน” เพื่อนำไปให้ประเทศที่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นสเปน อิตาลี และอีกหลายประเทศ สามารถกู้ยืมโดยผ่านการขายพันธบัตรออกมาให้ ECB รับซื้อในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำๆ ดังนั้นจากนี้ไปทั่วโลกจะมีเงินจำนวนมหาศาลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องเป็นปีๆ แล้วเงินเหล่านั้นก็คงหนีไม่พ้นที่จะเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงซึ่งรวมถึง “ทองคำ” ด้วยอย่างแน่นอน

สอง การอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบในอดีต ก่อให้เกิดอะไรบ้าง?..ต่อราคาทองคำ

ในปี 2554 มีการออกมาตรการ QE2 ที่ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาโดยใช้วงเงินสูงถึง 6 แสนล้านดอลลาร์ ด้วยเงินจำนวนดังกล่าวที่ไหลทะลักเข้าสู่ระบบ ก็ไปผลักดันให้ราคาทองคำสูงขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,930 ดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนกันยายนของปีเดียวกัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 600 ดอลลาร์ในระยะเวลา 9 เดือน ด้วยสมมุติฐานเดียวกัน แต่ใช้ระยะเวลาที่นานกว่าของ QE3 ก็อาจพอเห็นภาพได้ว่า เป้าหมายเดิมที่ 1,930 ดอลลาร์ ก็ไม่น่าจะอยู่ห่างไกลจากเวลานี้มากนัก

แต่หากจะดูผลทั้งสองครั้งพบว่า หลังจากที่เฟดอัดฉีดเงินเข้าระบบทั้ง QE1 และ QE2 เป็นจำนวนราว 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2551 จนถึงกลางปี 2554 ได้ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วเกือบเท่าตัว นอกจากนั้นก่อนหน้าที่จะมีการออกมาตรการ QE3 ออกมาจริงๆพบว่า ตลาดก็ได้สนองตอบค่าแนวโน้มการคาดการณ์ถึงมาตรการ QE3 มาตั้งแต่ต้นไตรมาสที่ 3 ของปีนี้แล้ว โดยพบว่าในเดือนสิงหาคมราคาทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และราคาทองคำก็ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,741.70 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน

สาม ประวัติ..ราคาทองคำ แสดงถึง “ความยิ่งใหญ่” ของทองคำ

คุณผู้อ่านเคยจำได้ไหมครับว่า ผมเคยเขียนถึงประวัติศาสตร์ของราคาทองคำไว้ในโพสต์ทูเดย์เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2554 (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.doctorwe.com/posttoday/20111215/220 [2] ) โดยย้อนหลังไปถึงปี 2514 ซึ่งในเวลานั้นสหรัฐอเมริกามีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เพราะ ความสูญเสียครั้งใหญ่จากสงครามเวียดนาม ที่ทำให้สหรัฐอเมริกาเสียทั้งเงินและเสียชีวิตทหารอเมริกันเป็นจำนวนมาก ตามมาด้วยทหารผ่านศึกที่ตกงานเต็มบ้านเต็มเมือง พอมาถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2514   ประธานาธิบดีนิกสัน จึงสร้างเหตุการณ์ช็อคโลก ที่เรียกกันว่า “NIXON SHOCK” โดยประกาศยกเลิกการใช้ทองคำเป็นตัวค้ำประกันเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา จึงทำให้สหรัฐอเมริกา เป็นประเทศเดียวในโลกที่สามารถพิมพ์ธนบัตรได้ โดยไม่ต้องมีทองคำมาเป็นเครื่องค้ำประกัน และในวันนั้นสหรัฐอเมริกาก็ได้กำหนดให้เงินดอลลาร์เป็นเงินสกุลโลก (World Currency) และเริ่มต้นกำหนดอัตราแลกเปลี่ยน 35 ดอลลาร์สหรัฐต่อทองคำหนึ่งทรอยออนซ์

ปัจจุบันนี้เวลาผ่านมา 41 ปีแล้ว ราคาทองคำทุกวันนี้อยู่ที่ประมาณ 1,750 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ พูดกันง่ายๆว่า ราคาทองคำขึ้นมา 50 เท่า ภายในระยะเวลา 41 ปี ถ้าคุณผู้อ่านเป็นนักลงทุนคงพอรู้ว่าถ้าเราฝากเงินแบบประจำกับธนาคารโดยได้ดอกเบี้ย 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี เราจะต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี กว่าเงินของเราที่ฝากในธนาคารจะกลายเป็นเท่าตัว จึงนับได้ว่าการลงทุนในทองคำที่ผ่านมา เป็นการลงทุนอีกประเภทหนึ่งที่ให้ผลตอบแทนในระดับที่ “ยอดเยี่ยมที่สุด”

แต่ถ้าหากคุณผู้อ่านอยากจะแสวงหาทองคำมาเก็บไว้ ก็คงจะต้องแสวงหาด้วย “ปัญญา” ทำให้นึกถึงคำพูดของ Napoleon Hill นักเขียนชื่อก้องโลกที่พูดถึงทองคำไว้ว่า “More gold has been mined from the thoughts of men than has been taken from the earth.” แปลตามความได้ว่า “ทองคำ..ที่มาจากปัญญาของมนุษย์ มีมากกว่า..ทองคำที่ขุดขึ้นมาจากใต้โลกเสียอีก” ดังนั้นเราจึงควรเริ่มใช้ “ปัญญา” ในการแสวงหาทองคำและความร่ำรวยเสียแต่วันนี้  โชคดีนะครับ    : )


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20121002/3648

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/11/Posttoday-2.jpg

[2] http://www.doctorwe.com/posttoday/20111215/220: http://www.doctorwe.com/posttoday/20111215/220

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.