- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

เหตุผล 5 ประการ ที่คุณควรจะ “ซื้อบ้าน”..ตอนนี้

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On พฤศจิกายน 20, 2012 @ 4:38 am In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

[1]

 

คอลัมน์:  หุ้นส่วนประเทศไทย

เหตุผล 5 ประการ ที่คุณควรจะ “ซื้อบ้าน”..ตอนนี้

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

www.facebook.com/doctorweraphong

ขณะที่ผมเขียนบทความฉบับนี้ ผมก็ได้มานั่งทำงานอยู่ในมหานครนิวยอร์ค ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ตั้งของศูนย์กลางทางการเงินของโลก ผมได้อ่านเจอบทความหนึ่งที่มีชื่อว่า “ 9 Reasons To Buy A House Now” จึงเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเขียนบทความในทำนองนี้ แต่เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น ผมจึงเขียนขึ้นมาใหม่เพื่อให้เข้ากับตลาดบ้านของเมืองไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้ครับ

หนึ่ง ราคาบ้านในระยะยาว มีแต่..คุ้มค่า..และคุ้มค่า

ในเวลานี้ ถ้าเรามองเหตุการณ์ใหญ่ๆทางด้านการเงินของโลก จะมีอยู่ด้วยกัน 2 เหตุการณ์คือ หนึ่ง การออกมาตรการผ่อนคลายทางการเงินครั้งที่ 3 (QE3) ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเดือนละ 40,000 ล้านดอลลาร์ สองคือ การเข้าไปช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่ประสบปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งคาดกันว่าน่าจะมากกว่า…ห้าแสนล้านยูโร

สองปัจจัยดังกล่าว ที่เกิดขึ้นกับประเทศและกลุ่มประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก ผมเองมองว่าในระยะยาวโลกใบนี้ก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่องไปได้ ดังนั้นการยิ่งถือเงินสดไว้โดยไม่ไปลงทุนอะไรเลย ก็จะทำให้ “เงินในมือ” มีค่าลดลง..ลดลง การซื้อบ้านจึงน่าจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถต้านทานอัตราเงินเฟ้อในระยะยาวได้

สอง อัตราดอกเบี้ยในเวลานี้ อาจถึง “จุดที่ต่ำที่สุด” ไปแล้ว

ในสหรัฐอเมริกา มีการวิเคราะห์ถึงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 50 ปีที่ผ่านมาและพบว่า อัตราดอกเบี้ยการจำนองแบบอัตราคงที่ตายตัว 30 ปี ( 30-year Fixed Mortgage Rate) มีอัตราอยู่ที่ 4.63 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี

นอกจากนั้น หากคุณผู้อ่านได้มีโอกาสอ่านบทความที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในช่วงนี้ก็จะพบว่า สหรัฐอเมริกากำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.25 เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกลางกลุ่มยูโรโซนหรือที่เรียกว่า อีซีบี กำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.75 เปอร์เซ็นต์ และสุดท้ายญี่ปุ่นกำหนดอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.01 เปอร์เซ็นต์ ถ้าดูอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากของทั่วโลกแล้ว คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็คงจะไม่สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยไปในที่ทิศทางที่สูงขึ้นได้มากนัก ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่เราจะซื้อบ้าน ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ำๆโดยเฉพาะในเวลานี้

สาม ถ้าคิดจะดาวน์ต่ำ…กู้ง่าย  ก็ควรทำ..ตอนนี้

มาตรการสัดส่วนวงเงินกู้ต่อมูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือที่เรียกว่า แอลทีวี ที่กำหนดใช้กับการซื้อคอนโดมิเนียมในอัตรา 90 เปอร์เซ็นต์ หรือการวางเงินดาวน์ 10 เปอร์เซ็นต์ หลังจากการเริ่มใช้มาตรการแอลทีวีตั้งแต่วันที่1 มกราคม 2554 เป็นต้นมา ก็ได้ถูกเลื่อนออกไปใช้เป็นวันที่ 1 มกราคม 2556 หลังจากที่ไทยประสบปัญหามหาอุทกภัยในปีที่ผ่านมา

หากมาตรการดังกล่าวมีผลตามเวลาที่กำหนดข้างต้นจริง ก็จะทำให้คนซื้อบ้านต้องหาเงินมาดาวน์เพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้นในปีนี้ 2555 จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนที่มีเงินเก็บออมไว้น้อย แต่อยากซื้อบ้าน เพราะยังเป็นช่วงที่ใช้เงินดาวน์ต่ำอยู่ นอกจากนั้นสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงิน ก็ทำให้บรรดาธนาคารต่างๆออกโปรแกรมสินเชื่อ “ดาวน์ต่ำ..กู้ง่าย” ออกมากันเป็นทิวแถว

สี่  เมื่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นเกมส์ของ “ปลาใหญ่”

ในปัจจุบัน ผมเองมองว่าบริษัทอสังหาฯที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรืออาจเรียกว่า “ปลาใหญ่” ประมาณ 30-40 บริษัทนั้น มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ส่วนบรรดาบริษัทอสังหาฯที่ไม่ได้จดทะเบียน (ปลาเล็ก) ก็น่าจะมีหลายร้อยบริษัทนั้นมีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

สิ่งที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือ “ปลาใหญ่” มีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมาจากเหตุผลหลัก 2 ประการคือ ข้อหนึ่ง ต้นทุนในการระดมทุนด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า เพราะไม่ต้องไปกู้เงินจากธนาคาร แต่สามารถระดมทุนผ่านการเพิ่มทุนหรือการออกหุ้นกู้ที่นิยมกันมากในปัจจุบัน ข้อที่สอง
“มีแบรนด์” ปลาใหญ่จะมีแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักถึงความเชื่อถือและความสามารถในการส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพตามที่เวลาที่กำหนดได้ ขณะที่ปลาเล็ก..มีน้อยหรือไม่มี หากเป็นเช่นนั้นจริง ในอนาคตตัวเลือกในการซื้อบ้านก็จะน้อยลง นั่นหมายถึงราคาบ้านที่อาจเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ห้า  อย่าซื้อบ้าน…เพื่อ “เก็งกำไร”

ปัจจุบันมีการผลิตบ้านออกมาเป็นจำนวนมาก อาจกล่าวได้ว่าปริมาณจำนวนบ้านที่ผลิตออกมานั้นเพียงพอต่อความต้องการของตลาด จริงอยู่ที่ราคาบ้านถีบตัวสูงขึ้นมาโดยตลอด และก็ยังมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆอย่างที่ไม่เห็นจุดสิ้นสุดในระยะสั้น

แต่การ “ซื้อเพื่อปล่อยเช่า” หรือ “การซื้อเพื่อเก็งกำไร” ดูเหมือนว่า จะไม่สามารถทำกำไรในระยะสั้นๆได้เลย นอกจากนั้นในกรณีที่ปล่อยเช่าได้ ผลตอบแทนที่ได้จากการปล่อยเช่าก็ออกมาในระดับที่ใกล้เคียงกับอัตราเงินฝากธนาคาร ซึ่งผมเองมองว่า..ไม่คุ้มค่า เพราะจะทำให้เสียโอกาสของจำนวนเงินที่ต้องนำไปซื้อบ้าน..แทนที่จะนำไปลงทุนด้านอื่น และถ้าคุณผู้อ่านเป็นนักลงทุนลองไปอ่านเรื่อง “ความเป็นอิสระทางการเงิน.. คุณอยากได้ไหม ?” (โพสต์ทูเดย์ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 หรือดูที่ http://www.doctorwe.com/posttoday/20120220 [2] ) ก็อาจจะมีมุมมองในการลงทุนซื้อบ้านที่แตกต่างออกไป

ดังนั้น ผมจึงขอสนับสนุนคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่คิดว่าจะซื้อบ้านเพราะต้องการที่จะได้ “บ้านที่อบอุ่น” อย่างแท้จริง ทำให้นึกถึงคำพูดของ เบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) ที่พูดถึงบ้านไว้ว่า “A house is not a home unless it contains food and fire for the mind as well as the body.” แปลตามความได้ว่า “บ้านจะเป็น…บ้านได้ ก็ต่อเมื่อมันให้ความอบอุ่นและอาหารแก่เราได้..ทั้งทางกายและจิตใจ” ขอให้คุณผู้อ่านที่ยังไม่มีบ้าน..มี “บ้านที่อบอุ่น” สมปรารถนา ในเร็ววันนะครับ


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20121120/3763

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/11/Posttoday1.jpg

[2] http://www.doctorwe.com/posttoday/20120220: http://www.doctorwe.com/posttoday/20120220

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.