- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

กรีซ: ประชานิยม…แห่ง “ความฉิบหาย” ตอนที่ 1

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On พฤศจิกายน 27, 2012 @ 8:10 am In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

[1]

 

 

 

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

กรีซ: ประชานิยม…แห่ง “ความฉิบหาย”  ตอนที่ 1

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

www.facebook.com/doctorweraphong

ผมเคยเขียนบทความที่ชื่อ “กรีซ ประเทศฉิบหาย..ช่างมัน ขอให้ข้า..ชนะก่อน” ลงในโพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 7 กรกฎาคม 2554 (อ่านได้ที่ http://www.doctorwe.com/posttoday/20110707 [2] ) ที่ได้พูดถึงบรรดานักการเมืองของกรีซที่ทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้ตนเองได้มาซึ่งชัยชนะในการเลือกตั้งให้จงได้ ดังนั้นมาตรการประชานิยมแบบสุดโต่งจึงถูกขุดขึ้นมามาตรการแล้วมาตรเล่า ซึ่งมันได้สร้าง “ความฉิบหาย” อย่างรุนแรงให้แก่ประเทศที่น่าอยู่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ทุกวันนี้ “ความฉิบหาย” ดังกล่าว มันได้แพร่ระบาดเข้าไปเกือบทุกอณูของผู้คนชาวกรีซทั้งประเทศแล้ว ผมจึงอยากขอลำดับเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงความหนักหนาอย่างแสนสาหัสของ “ความฉิบหาย” ที่มันเป็นอยู่จริงๆในเวลานี้ ดังนี้ครับ

หนึ่ง ประชานิยม แบบ “สุดโต่ง” เป็นอย่างไร ?

ในอดีต..กรีซมีพรรคใหญ่ที่ยึดครองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ 2 พรรคคือ พรรค Panhellenic Socialist Movement ซึ่งมักจะเรียกพรรคนี้ว่า พรรค PASOK และอีกพรรคหนึ่งคือพรรคประชาธิปไตยใหม่ซึ่งมักจะเรียกกันว่า พรรค ND ทั้งสองพรรคต่างใช้นโยบายประชานิยมอย่างเต็มพิกัดเพื่อเอาชนะในการเลือกตั้งตลอดมา เริ่มจาก…

ปี 2539 มีการสัญญาว่า..กรีซจะได้เป็นสมาชิกสหภาพการเงินยุโรป สัญญาว่า..ดอกเบี้ยจะถูก สัญญาว่า..ทุกคนจะมีงานทำ สัญญาว่า..ทุกคนจะได้ค่าแรงเพิ่ม จากนั้นรัฐบาลกรีซก็ได้สร้างปาฏิหารย์โดยการลดอัตราเงินเฟ้อจาก 15 เปอร์เซ็นต์เหลือเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจอีกหลายตัวดีขึ้นจนเข้าเกณฑ์ของกลุ่มประเทศในยูโรโซน

ปี 2544 กรีซจึงได้เข้าเป็นสมาชิก และได้ใช้เงินสกุลยูโรเป็นเงินสกุลหลักของประเทศ รัฐบาลจึงประกาศ อัตราค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ทุกปี มียกเว้นภาษีทั้งหมดสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ และไม่มีการขึ้นค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และสาธารณูปโภคอื่นๆ เพื่อเป็น “การเอาใจ..แบบสุดๆ” แก่ประชาชนชาวกรีซ แต่ภายหลังกลับพบว่า รัฐบาลกรีซ “ตกแต่งตัวเลข” ในเอกสาร ทำให้เข้าเกณฑ์ของสหภาพยุโรป แต่ในความเป็นจริง กรีซ..ยังคงมีเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่

ปี 2547 สัญญาว่า..กรีซจะได้จัดกีฬาโอลิมปิค สัญญาว่า..กรีซจะได้ใช้ “อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ” สัญญาว่า..ทุกคนจะมีงานทำ สัญญาว่า..ทุกคนจะได้ค่าแรงเพิ่ม ในปีนี้เองที่ประเทศกรีซได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคสมดั่งใจปรารถนา  แต่ค่าใช้จ่ายรวมที่ใช้ในการจัดอยู่ที่ 7 พันล้านยูโร ทะลุงบประมาณเดิมที่ตั้งไว้กว่าสองเท่า ทำให้ในปีนั้นกรีซขาดดุลงบประมาณสูงถึง 5.3 เปอร์เซ็นต์ และก่อให้เกิดหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล แต่ประชาชนมีความสุขเพราะ มีงานทำ…และได้ค่าจ้างสูง…ตรงกับที่สัญญาไว้ นอกจากนั้นรัฐบาลยังใช้งบประมาณต่อไปอย่างไม่ยั้งมือ เช่น โครงการ “อินเทอร์เน็ตแห่งชาติ” ที่ใช้เงินสูงถึง 210 ล้านยูโร และเชื่อว่าจะเป็นระบบอินเทอร์เน็ตสาธารณะที่ดีที่สุดในยุโรป

ปี 2552 ช่วงปลายของรัฐบาลได้มีการออกนโยบายอย่างมากมาย เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดดุลงบประมาณอย่างมโหฬาร รัฐบาลจึงประกาศไม่ขึ้นเงินเดือนและไม่มีการรับข้าราชการเพิ่ม ส่งผลให้ประชาชนของกรีซที่เสพติดกับมาตรการประชานิยมทำการต่อต้าน และท้ายที่สุด…รัฐบาลก็แพ้การเลือกตั้ง

ในปีเดียวกัน พรรคฝ่ายค้านสัญญาว่า..จะมีการขึ้นค่าแรงต่อไป สัญญาว่า..จะไม่มีการลดค่าแรง สัญญาว่า..580 อาชีพจะเกษียณก่อนวัยที่อายุ 50 ปี พรรคฝ่ายค้านจึงชนะการเลือกตั้งและได้เป็นนายกรัฐมนตรี นโยบาย “เกษียณก่อนวัย”..ทำได้จริง ประชาชนกรีซที่มีอาชีพจำนวนกว่า 580 อาชีพ เกษียณได้เมื่อผู้หญิงอายุได้ 50 ปีและผู้ชายอายุได้ 55 ปี และพบว่า กรีซได้จ่ายเงินบำนาญให้แก่ประชาชนสูงถึง 7 แสนคนหรือคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ของแรงงานทั้งหมด โดยกรีซมีตัวเลขเฉลี่ยของอายุเกษียณอยู่ที่ 61 ปี ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขเฉลี่ยของคนเกษียณอายุที่ต่ำที่สุดในกลุ่มสมาชิกสหภาพการเงินยุโรป

สอง   ในที่สุด กรีซก็ไม่สามารถหนีพ้น “กรรม..ที่ก่อไว้”

ปี 2553 รัฐบาลเริ่มพบว่า รัฐบาลไม่สามารถหาเงินมาจ่ายสำหรับพันธบัตรของกรีซที่ครบอายุได้ ดังนั้นกรีซจึงขอความช่วยเหลือจากสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) หลังจากการเจรจา 10 วันเต็มได้ข้อสรุปว่าทั้งสองฝ่ายจะให้เงินกู้แก่กรีซเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 110,000 ล้านยูโร

แต่ “เงินกู้จำนวนมหาศาล” ดังกล่าวไม่ได้มาฟรีๆ มันต้องแลกกับการที่กรีซจะต้องลดการขาดดุลงบประมาณครั้งใหญ่ และการออกมาตรการในการรัดเข็มขัดอย่างเข้มข้น เช่น การไม่ขึ้นเงินเดือนทั้งภาครัฐ เอกชน และการงดจ่ายเงินโบนัสเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 21 เปอร์เซ็นต์ไปเป็น 23 เปอร์เซ็นต์ และการเพิ่มภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงอีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

หลังการประกาศมาตรการ… ประชาชนกรีซก็แสดงความโกรธแค้นออกมาอย่างทันควัน คนนับหมื่นนับแสนในกรุงเอเธนส์หยุดงานและออกมาประท้วงต่อมาตรการดังกล่าว ทั้งเมืองเอเธนส์กลายเป็นอัมพาตหลายต่อหลายครั้ง ปัญหาการเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวของกรีซยังคงต้องดำเนินต่อไปจนถึงเวลานี้

เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ประชาชนชาวกรีซกว่า 25,000 คนก็ได้ร่วมกันแสดงพลังความโกรธแค้นต่อการมาเยือนกรีซเพียง 6 ชั่วโมงของนางแองเจลา เมอร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงเหล็กแห่งเยอรมนี โดยมีผู้ประท้วงคนหนึ่งที่ตะโกนออกมาว่า Merkel, we are a free nation and not your colony” แปลตามความได้ว่า “เมอร์เคิล.. เราเป็นชาติที่มีอิสรภาพ ไม่ใช่อาณานิคมของคุณ” เสียงประท้วงดังกล่าว อาจบอกว่า จงอย่าใช้มาตรการรัดเข็มขัด “เยี่ยงทาส” กับคนกรีซอีกต่อไป

ติดตาม  กรีซ: ประชานิยม…แห่ง “ความฉิบหาย” ตอนจบ  ได้ในโพสต์ทูเดย์ …เร็วๆนี้ ครับ

 


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20121127/3899

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2012/11/Posttoday5.jpg

[2] http://www.doctorwe.com/posttoday/20110707: http://www.doctorwe.com/posttoday/20110707

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.