- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

ราคาทองคำ..จะตกลงไปอีกไหม ?

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On เมษายน 24, 2013 @ 3:36 pm In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

[1]

 

 

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

ราคาทองคำ..จะตกลงไปอีกไหม ?

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

www.facebook.com/doctorweraphong [2]

หากคุณผู้อ่านพอจำกันได้ ผมเคยเขียนถึงคุณจิม โรเจอร์ส (Jim Rogers) มหาเศรษฐีที่ยังใช้ชีวิตเป็นนักลงทุนตัวยง และเป็นนักวิจารณ์ตลาดหุ้น ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ โดยมีแฟนๆทั่วโลกจำนวนมหาศาลคอยติดตามการวิพากษ์วิจารณ์ของเขาอย่างไม่ขาดสาย

โรเจอร์สได้เคยกล่าวถึงราคาทองคำไว้ว่า “ราคาทองคำในปี 2514   เริ่มต้นที่ 35 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ และก็ขึ้นไปถึง 200 ดอลลาร์ในปีเดียวกัน แล้วมันก็ตกลงอย่างหนักในปี 2517 โดยราคาทองคำมาอยู่ที่ 100 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ หลังจากนั้นอีก 6 ปี..มันก็ฮึดกลับขึ้นมาใหม่ ครั้งนี้ราคาทองคำพุ่งขึ้นไปถึง 750 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  โรเจอร์สคิดว่า ปัจจุบันนี้..ราคาทองคำได้พุ่งขึ้นมาติดต่อกัน 11 ปีแล้ว มันน่าจะถึงเวลาที่จะต้องตกลงมาบ้างแล้ว โดยโรเจอร์สคาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่อาจจะหล่นลงมาถึง 1,200-1,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์  (พูดง่ายๆก็คือ ทองคำ 1 บาทอาจมีราคาต่ำกว่าสองหมื่นบาท)”  (บทความในโพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 22 มีนาคม 2555)

และแล้ว… ในที่สุดราคาทองคำก็มีราคาต่ำกว่า 2 หมื่นบาท  จริงๆ !!!

ในวันนี้ ผมจึงอยากให้มุมมองของผมที่เกี่ยวกับทองคำ ที่อาจจะพอเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อย ดังนี้ครับ

หนึ่ง  ในระยะยาว  ทองคำ…จะมีบทบาทเป็นเงินสกุลหนึ่งของโลก

แม้ว่าปัจจุบันเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกาจะได้รับความนิยมสูงสุดจากผู้คนทั่วโลก แต่สภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาคาดว่าจะเติบโตได้ไม่เกิน 2%  ขณะที่สาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก แต่อัตราการเจริญเติบโตไปอยู่ที่ประมาณ 8% ต่อปี และยังคาดกันอีกต่อไปว่าอีกประมาณ 10-20 ปีนับจากนี้ จีนจะก้าวขึ้นมาเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อถึงเวลานั้น บรรดาเงินสกุลต่างๆก็คงจะต้องแข่งขันกันอย่างหนัก ผมเองมองว่าทองคำจะถูกใช้ไปเป็นหนึ่งในเงินสกุลของโลก และเมื่อถึงเวลานั้นทั้งราคาทองคำและเสถียรภาพของราคาทองคำจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลก

สอง  เมื่อบรรดาประเทศมหาอำนาจพิมพ์เงินอย่าง…ไม่หยุดหย่อน

คุณผู้อ่านคงทราบกันบ้างแล้วว่า   “มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน” หรือที่เรียกกันเป็นตัวย่อว่า QE นั้น ได้ถูกบรรดาประเทศมหาอำนาจใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยูโรโซน และญี่ปุ่น  วิธีการดังกล่าวก็คือ การพิมพ์เงินออกมาจำนวนมหาศาลและอัดฉีดเข้าไปในระบบ ส่วนใหญ่มักจะทำผ่านการซื้อตราสารหนี้ ทำให้ปริมาณเงินในตลาดมีมากมายมหาศาล จนบางคนคิดว่าปรากฎการณ์นี้จะทำให้ “เงินล้นโลก”

ด้วยเหตุดังกล่าว ก็ทำให้เงินจำนวนมหาศาลไหลออกไปลงทุนทั่วโลก โดยส่วนหนึ่งก็ได้เข้ามาซื้อตราสารหนี้ในบ้านเรา และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นก็คือ การเกิดภาวะเงินเฟ้อของค่าเงินนั้นๆในอนาคต ซึ่งคงรอวันที่จะปะทุออกมาในอนาคต และเมื่อถึงวันนั้น…ราคาทองคำ เมื่อเทียบกับค่าเงินสกุลที่อ่อนมากๆ ก็ย่อมจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้นด้วย

สาม  ธนาคารกลางชาติต่างๆ ซื้อเก็บทองคำเป็น…เงินสำรองระหว่างประเทศ

คุณผู้อ่านหลายท่านคงพอทราบว่าประเทศ 3 อันดับแรก ที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดในโลกคือ จีน  ญี่ปุ่น  และซาอุดิอาราเบียตามลำดับ โดยถือเงินตราต่างประเทศและทองคำสูงถึง 3.3 ล้านล้าน  1.2 ล้านล้าน  และ 0.6 ล้านล้านดอลลาร์ ตามลำดับ โดยประเภทของทุนสำรองที่ถือมากที่สุดก็คือ พันธบัตรสหรัฐอเมริกา นั่นเอง

แต่แนวโน้มระยะยาวจากนี้ไป เงินดอลลาร์มีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง จากปัญหาเศรษฐกิจภายใน บรรดาประเทศเหล่านี้ก็จะมีแนวโน้มที่จะขายพันธบัตรสหรัฐอเมริกาออกไป และคุณผู้อ่านคิดว่าประเทศเหล่านี้จะซื้อ..อะไร กลับเข้ามาแทนบ้าง? ประเทศเหล่านี้จะซื้อ..ทองคำเพิ่มขึ้นหรือเปล่า?  แล้วราคาทองคำ..จะขึ้น หรือ..จะลง?

สี่  ความต้องการทองคำ ที่มาจากประเทศมหาอำนาจใหม่…ยังล้นเหลือ

คำว่า Emerging Market หรือ “ตลาดเกิดใหม่” ที่มักจะหมายถึง บรรดาประเทศในเอเชียและอีกบางส่วนของโลก ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง และเป็นผู้นำในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของโลกใบนี้อยู่ในขณะนี้ ในบรรดาประเทศเหล่านี้มี อินเดีย จีน และอีกหลายประเทศในเอเชีย มีผู้ที่ต้องการซื้อทองคำอีกจำนวนมหาศาล เราจึงมักจะเห็นข่าวคราวห้างร้านที่ขายทองคำในอินเดีย จีน และแม้กระทั่งในประเทศไทยมีผู้คนรอซื้อทองคำกันอย่างล้นหลาม

กำลังซื้อจำนวนมหาศาลก็ยังคงต้อนรับจำนวนทองคำที่เทขายอยู่ในท้องตลาดไว้ได้ แม้ว่าจะมีการประกาศขายทองคำของประเทศไซปรัส และมีแนวโน้มว่าอีกหลายประเทศในกลุ่มยูโรโซนจะมีข่าวออกมาอย่างต่อเนื่องก็ตาม

เวลานี้ราคาทองคำอยู่ประมาณบาทละ 19,000 บาท เป็นราคาทองคำที่ต่ำที่สุดในรอบ 2 ปี

หลายคนเคยบอกว่า “ถ้าทองคำราคาต่ำกว่าบาทละ 20,000 บาท จะซื้อให้เกลี้ยงเลย”  ซึ่งหลายคน..ก็ทำเช่นนั้น ขณะที่อีกหลายคน..ยังคงไม่กล้าซื้อ ด้วยเหตุผลข้างต้น ผมก็ยังคงคิดว่าราคาทองคำ..จะกลับขึ้นมาใหม่ซึ่งอาจจะเป็น 1-2 ปีนี้ก็เป็นได้ แต่ผมก็ยังคงไม่ชอบลงทุนในทองคำอยู่ดี เพราะผมคิดว่า…การลงทุนในหุ้นในประเทศไทยจากนี้ไป..น่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า คุณผู้อ่านล่ะครับ…ลงทุนอะไรอยู่ ?


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20130424/4771

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2013/04/Posttoday3.jpg

[2] www.facebook.com/doctorweraphong: http://www.facebook.com/doctorweraphong

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.