- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

วิกฤต..การเมืองไทย โอกาส..ตลาดหุ้นไทย ตอนจบ

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On มกราคม 10, 2014 @ 2:12 pm In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

[1]

 

 

 

 

 

คอลัมน์:  หุ้นส่วน ประเทศไทย

วิกฤต..การเมืองไทย  โอกาส..ตลาดหุ้นไทย  ตอนจบ

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

www.facebook.com/DoctorweClub

ในตอนที่ 1  เราได้คุยกันไปแล้วถึงข้อที่หนึ่งที่ว่า วิกฤตการเมืองในเมืองไทยเท่าที่ผ่านมา มักจะกินระยะเวลาไม่ถึงปี หลังจากนั้นดัชนีตลาดหุ้นก็จะค่อยๆดีดตัวกลับมาอยู่ในระดับเดิม ในวันนี้ผมจะขอขยายความต่อในเรื่อง “วิกฤต..การเมืองไทย โอกาส..ตลาดหุ้นไทย” ตอนจบ  โดยกล่าวถึงกลุ่มหุ้นที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากวิกฤตดังกล่าว ดังต่อไปนี้ครับ

สอง  ปัจจุบันนี้…เศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่ง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2557  น่าจะมีจังหวะการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยอาจสามารถขยายตัวได้ที่ประมาณ 4.0-5.0%  โดยอยู่ภายใต้สมมติฐานที่เศรษฐกิจคู่ค้าหลักของไทยจะต้องมีทิศทางการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเงื่อนไขทางการเมืองที่ยังอยู่ในวงจำกัด ทั้งนี้ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่น่าจะมีภาพด้านบวกมากขึ้น น่าจะเอื้อต่อการฟื้นตัวกลับมาของสินค้าส่งออกรายการสําคัญของไทยหลายรายการด้วยกัน

ภาพรวมการส่งออกของไทยในปี 2557 เติบโตในอัตราที่สูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 7.0% จากที่คาดว่าจะขยายตัวเพียง 0.5% ในปี 2556  อนึ่ง แม้หลายๆ เงื่อนไขอาจทําให้แนวโน้มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานยังมีความไม่แน่นอน แต่หากรัฐบาลสามารถผลักดันการเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนในส่วนที่อยู่ในงบประมาณประจําปีให้มีความต่อเนื่อง ก็น่าจะช่วยทําให้บรรยากาศการลงทุนในภาพรวมในปี 2557 มีภาพที่ดีขึ้นมาขยายตัวประมาณ 5.3% ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดีกว่าในปี 2556  ซึ่งคาดว่า จะหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี

อาจกล่าวง่ายๆได้ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2557 ยังคงแข็งแกร่งอยู่ โดยเฉพาะภาคส่งออกซึ่งจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไม่มากนัก ปีหน้าจึงเป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจแม้ว่าจะไม่สดใสนัก แต่ก็คาดว่าจะยังคงเติบโตอยู่ดี

สาม  หุ้นท่องเที่ยว  อาจเป็นกลุ่มที่เปิดโอกาส “ทำกำไร” ได้อย่างงดงาม

ช่วง 10 เดือนแรกของปี 2556 พบว่ามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยสูงถึง 21.7 ล้านคน คิดเป็นเพิ่มขึ้นสูงถึง 22.3% ของจำนวนนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อน แต่หากประมาณการตัวเลขทั้งปี 2556 แล้ว ก็คาดว่าน่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนไทยน่าจะสูงถึงระดับ 25.5 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นเพิ่มขึ้นประมาณ 14.3% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดในปี 2555

นอกจากนั้นหากเราจำแนกนักท่องเที่ยวเป็นกลุ่มประเทศแล้ว ก็จะพบว่ากลุ่มประเทศที่มาจากเอเชียตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น  เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงที่สุด โดยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 61.3% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด จึงไม่น่าแปลกใจว่า ตามแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทยทุกวันนี้ จึงมักจะพบเห็นคนจีน คนญี่ปุ่น เป็นจำนวนมาก  ที่สำคัญมากไปกว่านั้นก็คือ ในปัจจุบันพบว่าการท่องเที่ยวของคนจีนยังอยู่ในอัตราที่ต่ำมากกล่าวคือ ค่าเฉลี่ยการท่องเที่ยวของคนจีนต่อคนอยู่ที่ 0.26 ทริปต่อปี เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่าง สหรัฐอเมริกา ยุโรป ตัวเลขการท่องเที่ยวเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ 1.5-2 ทริปต่อปี พูดง่ายๆก็คือ ในอนาคตนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเยือนประเทศไทยจะมีโอกาสเติบโตได้อีกหลายๆเท่าตัว

นักท่องเที่ยวกลุ่มเอเชียตะวันออกจะเป็นกลุ่มที่มีความรู้สึกไวต่อเหตุการณ์มากที่สุด ดังนั้นหากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้น กลุ่มนี้ก็จะยกเลิกก่อน ซึ่งจะส่งผลทางจิตวิทยาทันทีไปยังราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นท่าอากาศยานไทย (AOT)  หุ้นกลุ่มโรงแรม (ERW, MINT, CENTEL…)  หุ้นกลุ่มสายการบิน (THAI, AAV, NOK…)  ในทางกลับกัน หากเหตุการณ์เริ่มสงบ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็จะกลับมาท่องเที่ยวในเมืองไทยอย่างรวดเร็ว พูดง่ายๆก็คือ “ไปเร็ว…มาเร็ว”  ซึ่งก็จะทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาเร็วด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นอาจเป็นหนึ่งในโอกาสของคุณผู้อ่านที่คิดอยากจะลงทุน

สี่  หุ้นค้าปลีก  มุมมองในการลงทุน

หากเหตุการณ์ความไม่สงบยังดำเนินต่อไป ผมเองมีมุมมองในการแสวงหาโอกาสในการลงทุนในหุ้นกลุ่มค้าปลีก ซึ่งพอจะแบ่งออกเป็น 2 มุมมองดังนี้ครับ

มุมมองที่ 1  หุ้นค้าปลีกที่ยังมีผลการดำเนินงานที่พอไปได้ในยามวิกฤต น่าจะเป็นหุ้นที่มีพลังในการผูกขาดในตลาดเป้าหมายของตนเองได้ดี ซึ่งผมอยากจะขอยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่างคือ หุ้น CPALL หรือร้านเซเว่นอีเลฟเว่นน่าจะดำเนินการไปได้อย่างไม่มีปัญหามากนัก หากคุณผู้อ่านเคยเดินทางไปร่วมชุมนุมบ้าง คุณผู้อ่านก็จะพบว่าร้านเซเว่นในย่านชุมนุมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คนเข้าแถวซื้อของยาวเหยียด ส่วนหุ้นอีกตัวที่ผมคิดว่าน่าจะดีก็คือ MAKRO เพราะเป็นห้างที่ขายสินค้าส่งในราคาถูก ในยามที่เศรษฐกิจฝืดเคือง การซื้อสินค้าในราคาถูกจะเป็นสิ่งที่หลายๆคนต้องการที่จะทำ

มุมมองที่ 2  ห้างร้านในหัวเมืองในต่างจังหวัด ปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ประกอบกับนโยบายรับจำนำข้าวและประชานิยมเริ่มเดินไม่ต่อเนื่อง ผมคิดว่าส่งผลแน่ๆต่อกำลังการใช้จ่ายเงินของผู้คนในต่างจังหวัด ดังนั้นหุ้นค้าปลีกที่มีฐานอยู่ในต่างจังหวัด เช่น ROBINS, BIGC, CPN เป็นต้น ราคาหุ้นในช่วงนี้ก็ไม่น่าจะดีนัก แต่หากสถานการณ์กลับมาปกติได้ประมาณซักหนึ่งปีเหมือนในอดีต ตามที่ผมคุยให้ฟังแล้วในข้อที่หนึ่ง ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็มีโอกาสที่จะกลับมาในระดับราคาก่อนเกิดวิกฤต และบวกกับกระแส AEC ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในปลายปี 2558 แล้ว ดังนั้นหากคุณผู้อ่านคิดจะลงทุนในระยะยาว หุ้นกลุ่มนี้ควรจะเป็นหุ้นกลุ่มที่คุณผู้อ่านไม่ควรจะพลาดที่จะตั้งไว้บนจอเรดาร์ของคุณผู้อ่านไว้ด้วย

ท้ายนี้ ผมยังเชื่อมั่นใน..ประเทศไทย เชื่อมั่นใน..เศรษฐกิจไทย และเชื่อมั่นใน..ตลาดหุ้นไทย คุณผู้อ่านคิดเหมือนผมไหมครับ?  ถ้าใช่..เวลานี้อาจเป็นเวลาที่คุณผู้อ่าน..ควรจะเริ่มมองหาโอกาสในตลาดหุ้นไทยบ้างแล้วมั้งครับ?   : )


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20140110/5405

URLs in this post:

[1] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2014/01/Posttoday1.jpg

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.