- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

โปรแกรม “หาหุ้น” ตอนจบ

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On เมษายน 26, 2017 @ 4:38 pm In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

คอลัมน์:  “หุ้นส่วนประเทศไทย”

หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ 

โปรแกรม “หาหุ้น”  ตอนจบ

ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์

วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม  มหาวิทยาลัยรังสิต

www.CsiSociety.com [1]

Add Line:  @CsiSociety

เมื่อวานนี้ เราได้คุยกันไปแล้วว่า ทางชมรมนักลงทุน CSI  วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ได้จัดงาน “CSI Slow Life” ขึ้น โดยการเชิญเฉพาะพี่ๆนักศึกษาที่อาวุโสหน่อย และมีพฤติกรรมที่เรียนรู้แบบสโลว์ๆ…สบายๆ มาเรียนรู้โปรแกรมหาหุ้นตัวหนึ่งกัน ซึ่งเราได้คุยกันเกี่ยวกับโปรแกรมตัวนี้ไปแล้ว 2 หัวข้อด้วยกันคือ หนึ่ง  โปรแกรมตัวนี้เป็น “โปรแกรมสแกนหุ้น”  และสอง  ฟังก์ชั่นแสกนหุ้นโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานเด่นๆ  วันนี้…จะขอคุยต่อเลยนะครับ…

สาม  ฟังก์ชั่นสแกนหุ้นโดยใช้ข้อมูลด้านเทคนิคอล

ก่อนอื่น ขอทำความเข้าใจกับพี่ๆที่ไม่มีความรู้ทางด้านเทคนิคอลซักนิดหนึ่งครับว่า การหาหุ้นทางด้านเทคนิคอลนั้น จะไม่ดูข้อมูลพื้นฐานของหุ้นเลย ไม่ว่าจะเป็นงบการเงินเป็นอย่างไร ผู้ถือหุ้นใหญ่มีใครบ้าง หรือผลการดำเนินงานดีแค่ไหน แต่วิธีเทคนิคอลจะใช้ข้อมูลในอดีตของราคาหุ้นและปริมาณการซื้อขายมาเป็นหลัก ผสมผสานกับวิธีทางสถิติ โดยมีฟังก์ชั่นเด่นๆให้เรียนรู้ดังนี้ครับ

-       EMA Cross Over  จะเป็นการหาหุ้นโดยการใช้เส้นค่าเฉลี่ยของราคา  เช่น เส้น EMA (5)  ตัดเส้น EMA (10)  แปลว่า เส้นค่าเฉลี่ยของราคาหุ้น 5 วันล่าสุด ได้ตัดขึ้นไปชนเส้นค่าเฉลี่ยของราคาหุ้น 10 วันล่าสุดไปแล้ว แสดงว่าในวันท้ายๆ ราคาหุ้นมีการดีดตัวขึ้นมาแล้ว ซึ่งเราเรียกฟังก์ชั่นนี้ว่า “5/10 EMA Bullish Cross Over”  และในหมวดนี้ก็ยังมีฟังก์ชั่นเด่นๆอีกดังนี้

  • 90/200  EMA Bullish Cross Over  ก็คล้ายๆฟังก์ชั่นข้างบน  แต่เป็นเส้นค่าเฉลี่ย 90 วันหลังสุด  ตัดขึ้นไปชนเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันหลังสุด  ผมชอบฟังก์ชั่นตัวนี้มาก เพราะจากประสบการณ์  การใช้ฟังก์ชั่นนี้แล้ว…หาหุ้นเจอ ก็มีโอกาสที่หุ้นตัวนั้นๆจะมีราคาสูงขึ้น ผมว่ามากกว่า 70% ทีเดียว
  • 90/200  EMA Bearish Cross Over  คล้ายๆฟังก์ชั่นด้านบน แต่ตรงกันข้าม นั่นหมายถึง เส้น 90 วันตัดลงไปชนเส้นค่าเฉลี่ย 200 วันล่าสุด ซึ่งแสดงให้เห็นแนวโน้มที่ราคาหุ้นมีโอกาสจะตกลงไปอีก
  • Price Break EMA 200 Up  ฟังก์ชั่นนี้จะหาหุ้นที่ราคาทะลุเหนือ EMA 200 หรือเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน  ซึ่งส่งสัญญาณว่ามีโอกาสที่จะเป็นขาขึ้นระยะยาว

-       RSI Signal   หรือชื่อเต็มคือ Relative Strength Index  ซึ่งเป็น  Indicator ยอดฮิตตัวหนึ่ง การวิเคราะห์ RSI จะคำนวณค่าของ RSI ออกมา แล้วมาวาดเป็นกราฟ โดยจะมีการลากเส้น แนวนอนของค่า RSI = 70 และค่า RSI = 30 ไว้ด้วย  ถ้ามีค่าเกิน 70 ก็แสดงว่า มีการซื้อหุ้นมากเกินไป  และถ้าต่ำกว่า 30  ก็แสดงว่า มีการขายหุ้นมากเกินไป โดยมีฟังก์ชั่นเด่นๆเกี่ยวกับ RSI ดังนี้ครับ

  • RSI Bottom Failure Swing (Month)   RSI เข้าเขตขายมากเกินไป และเริ่มหมดแรงขายไม่เกิด New Low  ดังนั้นราคาหุ้นก็จะมีโอกาสเปลี่ยนแปลงเป็นแนวโน้มขาขึ้นสูง
  • RSI Overbought (Month)   RSI เกิน 70  เข้าเขตซื้อมากเกินไป จุดเฝ้าระวังมีโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวโน้มระยะยาว

สี่  ฟังก์ชั่นสแกนหุ้นแบบ “กูรูหาหุ้น”

โปรแกรมหาหุ้นตัวนี้ สามารถดัดแปลงข้อกำหนดต่างๆได้อย่างง่ายดาย จึงเป็นการเปิดโอกาสให้หลายๆคนนำไปดัดแปลงวิธีหาหุ้นกันเอาเอง ผมได้พบวิธีการหาหุ้นอยู่หัวข้อหนึ่งที่เรียกว่า “Buffett Decode”  โดยวิธีสแกนหุ้นวิธีนี้ จะใช้หลักการการหาหุ้นของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มาใช้ ดังนี้ครับ

-       ฟังก์ชั่น “Buffett Decode” มีหลายฟังก์ชั่นมากมาย เช่น

  • Asset, Profit Growth + Low D/E  เป็นฟังก์ชั่นที่หาหุ้นที่มีสินทรัพย์ รายได้ และกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอด 5 ปี  โดยค่าหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่เพิ่มขึ้นเลย
  • D/E Decline + Stable EPS  หาหุ้นที่มีสัดส่วนที่มีหนี้สินต่อทุนลดลง และกำไรต่อหุ้นยังเพิ่มขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา
  • Good Operating Cash Flow Growth  หาหุ้นที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินการเป็นบวก และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตลอด 5 ปี มีการลงทุนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกปีไม่เกิน 75% ของกำไรสุทธิ
  • Graham’s Defensive Stock  เป็นการหาหุ้นตามสูตรของเบนจามิน
    เกรแฮม ซึ่งเป็นอาจารย์ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งจะเป็นหุ้นประเภท Defensive Stock
  • Low Interest + Stable Revenue Growth  หาหุ้นที่มีต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายไม่เกิน 15% ของรายได้ และรายได้ยังคงเติบโตต่อเนื่องตลอด 10 ปี
  • Stable Dividend Growth  เป็นการหาหุ้นที่ให้เงินปันผลต่อหุ้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 5 ปีที่ผ่านมา

ห้า  โปรแกรมหาหุ้น vs. วิธีการหาหุ้นแบบเดิม

วิธีดั้งเดิมที่ผมพูดถึงก็คือ การดูข้อมูลหุ้นจากอินเทอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ธุรกิจ และหนังสือต่างๆ พร้อมทั้งออกไปพูดคุยกับเพื่อนฝูงที่ชอบหาความรู้เกี่ยวกับหุ้น จากนั้นเมื่อหาหุ้นเจอแล้ว ก็เข้าไปดาวน์โหลดงบการเงิน หมายเหตุประกอบงบฯ รายงานประจำปี และอื่นๆมาศึกษา  ซึ่งเสียเวลาเป็นอย่างมาก

ส่วนวิธีการหาหุ้นโดยใช้โปรแกรมสแกนหุ้น ถือว่าสามารถหาหุ้นได้อย่างรวดเร็วกว่าวิธีเดิมๆมาก จากตัวอย่างมากมายที่คุณผู้อ่านได้อ่านมาแล้ว นอกจากนั้นเรายังสามารถที่จะเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ เช่น ปันผลไม่ต่ำกว่า 5% เปลี่ยนเป็น 7% หรือเท่าไรก็ได้   เป็นเวลา 5 ปี หรือ 10 ปี หรือนานเท่าไรก็ได้ โปรแกรมก็จะไปค้นหาหุ้นที่มีลักษณะตามที่เราต้องการมาให้

อย่างไรก็ตาม เมื่อค้นหาหุ้นมาได้แล้ว ก็คงหนีไม่พ้นที่จะต้องศึกษาลึกลงไปในรายละเอียด ถ้าเรามีความต้องการที่จะลงทุนในหุ้นตัวนั้นๆอย่างจริงจัง จึงต้องไปวิเคราะห์งบการเงิน การประเมินราคาหุ้นด้วยวิธีต่างๆ และย้อนไปดูผลประกอบการในอดีตประกอบกันไปด้วย เราจึงหนีไม่พ้น…ที่จะต้องศึกษาในทุกวิธีการที่จะเหมาะกับตัวเราเองมากที่สุดนะครับ ตราบใดก็ตามที่เรายังคงมีเวลาที่จะทุ่มเทศึกษามัน

ทำให้นึกถึงคำพูดของ Samuel Smiles นักประพันธ์ชาวสก็อตที่เคยพูดไว้ว่า Lost wealth may be replaced by industry, lost knowledge by study, lost health by temperance or medicine, but lost time is gone forever.”  แปลตามความได้ว่า “ความร่ำรวยที่สูญเสียไปสามารถทดแทนด้วยความอุตสาหะ ความรู้ที่หายไปสามารถทดแทนด้วยการศึกษาหาความรู้ สุขภาพที่เสื่อมลงก็จะกลับฟื้นคืนมาได้ด้วยการควบคุมอารมณ์และโอสถ แต่เวลาที่หายไปนั้น…มันจะหายไปชั่วนิจนิรันดร์”

หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่  www.doctorwe.com


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20170426/6737

URLs in this post:

[1] www.CsiSociety.com: http://www.csisociety.com/

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.