- doctorwe.com - http://www.doctorwe.com -

DM, EM, FM ศัพท์ 3 คำที่…นักลงทุนต้องรู้จัก

Posted By ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์ On ตุลาคม 25, 2018 @ 10:34 am In โพสต์ทูเดย์ | No Comments

คอลัมน์: หุ้นส่วนประเทศไทย
หนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์
DM, EM, FM ศัพท์ 3 คำที่…นักลงทุนต้องรู้จัก
ดร.วีรพงษ์ ชุติภัทร์
วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต
http://www.CsiSociety.com [1]
Add Line: @CsiSociety

คุณผู้อ่านเคยพบกับศัพท์คำนี้ไหมครับ…Emerging Markets หรือ EM ผมคิดว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงรู้จักกับศัพท์คำนี้เป็นอย่างดี ในขณะที่บางท่านเคยเห็นแต่ก็ไม่รู้ความหมายของมัน อันที่จริงแล้วศัพท์คำนี้และบรรดาพวกพ้องของมันคือ Developed Markets-DM (ตลาดพัฒนาแล้ว) และ Frontier Markets-FM (ตลาดชายขอบ) มีความสำคัญมากสำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นนักลงทุน วันนี้…ผมจึงอยากมาอธิบายคำศัพท์เหล่านี้ เพราะในปัจจุบันการมองการลงทุนและเศรษฐกิจโลกให้เข้าใจได้ง่ายๆนั้น เรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าใจแนวคิดของบรรดาฝรั่งที่เป็นผู้เล่นในตลาดหุ้นทั่วโลก

สำหรับการแบ่งกลุ่มตลาดหุ้นนั้น อาจกล่าวได้ว่ามีหลายสำนักที่เคยจัดกลุ่มตลาดหุ้นและให้คำนิยามมากมาย อาทิ BBVA Research, J.P.Morgan หรือแม้กระทั่ง Mastercard แต่หน่วยงานที่สามารถแบ่งกลุ่มตลาดหุ้นเหล่านี้จนประสบความสำเร็จและได้การยอมรับมากที่สุดคือ MSCI ซึ่งเคยเป็นหน่วยงานหนึ่งในบริษัท Morgan Stanley บริษัทวาณิชธนกิจระดับโลก แต่ปัจจุบันได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระแล้ว ซึ่งได้แบ่งตลาดโลกออกเป็นกลุ่มๆดังตารางข้างล่างนี้
[2]

จากตารางตลาดหุ้นทั่วโลกด้านบนนี้ จะมีกลุ่มตลาดหุ้นที่สำคัญอยู่ 3 ตลาดด้วยกันคือ ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Developed Market-DM) ตลาดหุ้นเกิดใหม่ (Emerging Market-EM) และตลาดหุ้นชายขอบ (Frontier Market-FM) ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละกลุ่มตลาดหุ้น ดังนี้ครับ

หนึ่ง กลุ่มตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (Developed Market-DM)
ในส่วนตลาดหุ้นพัฒนาแล้วนั้นได้ครอบคลุมบรรดาตลาดหุ้นจำนวนมากมายจาก 24 ประเทศในทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย และทวีปออสเตรเลีย ข้อดีของตลาดหุ้นพัฒนาแล้วก็คือ ในยามที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนมาก ก็มักจะเกิดการเทขายหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (EM) และตลาดชายขอบ (FM) และนำเงินลงทุนกลับไปซื้อหุ้นในตลาดที่พัฒนาแล้ว (DM) นี้ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของสองกลุ่มแรก
[3]
จากรายงานเดือนกันยายนที่ผ่านมา MSCI World Index ที่เป็นดัชนีที่ชี้วัดตลาดหุ้น DM เกือบทั้งหมด และมีหุ้นอยู่ในดัชนีนี้สูงถึง 1,640 หุ้น โดยมีหุ้น 10 ตัวแรกที่มีน้ำหนักมากที่สุดอยู่ในอเมริกาทั้งสิ้น นำโดย Apple, Microsoft, Amazon, Facebook เป็นต้น และมีน้ำหนักของหุ้นตามประเทศดังนี้คือ สหรัฐอเมริกา 61.98% ญี่ปุ่น 8.52% อังกฤษ 6.07% ฯลฯ ที่สำคัญที่สุดก็คือ อ้างอิงจากดัชนีตัวนี้พบว่าให้ผลตอบแทนของกลุ่มตลาดหุ้นพัฒนาแล้วในปี 2560 ที่ผ่านมาสูงถึง 24.62%

สอง กลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่ Emerging Markets-EM
กลุ่มตลาดหุ้นเกิดใหม่นี้ประกอบด้วยตลาดหุ้นในประเทศต่างๆรวมแล้ว 35 ประเทศ ซึ่งรวมทั้งตลาดหุ้นไทยก็อยู่ในกลุ่มนี้ โดยมีหุ้นชั้นนำของไทยติดเข้าไปหลายตัวด้วยกัน อาทิ PTT, CPALL, AOT, SCB, KBANK, ADVANC, SCC เป็นต้น ส่วนตัวดัชนีที่เป็นตัวชี้วัดกลุ่มตลาดหุ้นในตลาดเหล่านี้ก็คือ MSCI Emerging Markets Index ซึ่งพบว่า มีเพียงหุ้นจาก 24 ประเทศเท่านั้นที่สามารถผ่านด่านกฎเกณฑ์ต่างๆเข้ามาได้ โดยมีหุ้นจากบริษัท 1,151 แห่งที่มีคุณสมบัติพอที่จะถูกคัดเลือกเข้ามาอยู่ในดัชนีตัวนี้ กลับไปดูผลตอบแทนในปี 2560 ที่ผ่านมาพบว่าให้ผลตอบแทนสูงถึง 37.28% ซึ่งถือได้ว่าในปีที่แล้วบรรดาหุ้นจาก EM เหล่านี้ทำผลงานได้ดีกว่าบรรดาหุ้นในกลุ่ม DM ที่ทำให้ผลตอบแทนเพียง 24.62% ตามที่ได้กล่าวไปแล้ว
[4]
จากภาพจะเห็นได้ว่า หุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุด 10 อันดับแรกในดัชนีตัวนี้พบว่า มาจากจีนถึง 6 ตัว ซึ่งได้รวมหุ้นเทคโนโลยีจีน 3 ตัวดังนั่นคือ TENCENT, ALIBABA, BAIDU ไว้แล้ว มีไต้หวัน 1 ตัว เกาหลี 1 ตัว และจากอาฟริกาใต้ 1 ตัว สัดส่วนน้ำหนักหุ้นตามประเทศในดัชนีตัวนี้ก็พบว่า จีน 30.99% เกาหลีใต้ 14.88% ไต้หวัน 12.29% อินเดีย 8.53% ฯลฯ

สาม กลุ่มตลาดหุ้น Frontier Market-FM (ตลาดหุ้นชายขอบ)
ดัชนีในกลุ่มตลาดหุ้นชายขอบนี้ที่จัดทำโดย MSCI มีชื่อว่า MSCI Frontier Markets Index โดยดัชนีตัวนี้จะครอบคลุมถึงตลาดหุ้นใน 29 ประเทศ และมีหุ้นจากบริษัทเพียง 115 แห่งที่มีน้ำหนักในดัชนีตัวนี้ สำหรับหุ้นที่มีน้ำหนักมากที่สุด 10 อันดับแรกพบว่า มาจากคูเวต 3 ตัว เวียดนาม 2 ตัว อาร์เจนตินา 2 ตัว โดยน้ำหนักของหุ้นที่มากที่สุดแยกตามประเทศพบว่า คูเวต 21.5% เวียดนาม 16.85% อาร์เจนตินา 15.75% มอร็อคโค 7.94% ไนจีเรีย 6.82% ฯลฯ ในปี 2560 ที่ผ่านมา ผลงานของดัชนีตัวนี้อยู่ที่ 32.32% เมื่อเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ที่ 37.28% และดัชนีตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (DM) ที่ 24.62% ก็ถือได้ว่าให้ผลตอบแทนที่ไม่เลวนัก แต่หากนำปัจจัยเรื่องความผันผวนเข้ามารวมด้วยแล้ว ตลาด EM ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

และนั่นคือ กลุ่มตลาดหุ้น 3 กลุ่มที่คุณผู้อ่านควรรู้จัก โดยทั่วไปกองทุนใหญ่ๆหรือบรรดานักลงทุนสถาบัน มักจะลงทุนกระจายตามกลุ่ม DM, EM และ FM ตลาดเกิดใหม่ (EM) นั้นในช่วงระยะเวลา 10 – 20 ปีที่ผ่านมาให้ผลตอบแทนที่สูงมาก จึงทำให้บรรดานักลงทุนเอาเงินลงทุนก้อนโตเข้ามาลงทุนในตลาดนี้เป็นจำนวนมาก สำหรับตลาดหุ้นประเทศไทยก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดี และมักจะอยู่บนจอเรดาห์ของบรรดานักลงทุนเหล่านี้ โดยตลาดหุ้นไทยมักจะถูกจัดกลุ่มให้อยู่ในกลุ่ม TIP ซึ่งย่อมาจาก Thailand, Indonesia และ Phillippines ท้ายนี้หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะพอเข้าใจแนวคิดของบรรดาฝรั่งนักลงทุนรายใหญ่ที่จัดสรรเงินลงทุนให้ลงทุนกระจายออกไปทั่วโลกได้บ้างนะครับ
ขอให้คุณผู้อ่านโชคดีในการลงทุนนะครับ
หาอ่านบทความ และความรู้ด้านการลงทุนของผู้เขียนได้เพิ่มเติมได้ที่ http://www.doctorwe.com [5]


Article printed from doctorwe.com: http://www.doctorwe.com

URL to article: http://www.doctorwe.com/posttoday/20181025/7017

URLs in this post:

[1] http://www.CsiSociety.com: http://www.csisociety.com/

[2] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2018/10/country-classification-table.jpg

[3] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2018/10/EM-2.jpg

[4] Image: http://www.doctorwe.com/wp-content/uploads/2018/10/EM-3.jpg

[5] http://www.doctorwe.com: http://www.doctorwe.com/

Copyright © 2012 doctorwe.com. All rights reserved.